หน้าหลัก Plearn เพลิน > Guru Financial > Financial > วิธีใช้เงินอย่างคุ้มค่าเมื่อต่อเติมบ้านรับสมาชิกใหม่
0 Share
0

เมื่อตัดสินใจได้แล้วที่จะต่อเติมบ้านเพื่อต้อนรับเจ้าตัวเล็ก ไม่ว่าจะเป็นการขยับขยายเพื่อให้มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น หรือเพื่อแบ่งพื้นที่ที่มีให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น นับจากวันที่แพลนการก่อสร้างถูกเขียนขึ้น จนถึงวันที่การตกแต่งเสร็จสมบูรณ์ ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงออกแบบ ค่าก่อสร้าง หรือค่าวัสดุอุปกรณ์ วันนี้เรามีเคล็ดลับวิธีใช้เงินทั้งแบบที่ต้องขอและไม่ต้องขอสินเชื่อต่อเติมบ้านมาให้ทุกท่านได้ทราบเพื่อให้เงินของคุณทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดมาฝากกันครับ

เคล็ดลับที่หนึ่ง
 
กำหนดความต้องการให้สอดคล้องกับความเป็นไปได้ทางการเงิน เริ่มจากการสำรวจเงินที่มีและคำนวณงบประมาณที่จะใช้ โดยเราอาจแบ่งงบประมาณเป็นส่วนๆ โดยให้ความสำคัญกับงานโครงสร้างก่อน จากนั้นเน้นค่าใช้จ่ายในเรื่องของความจำเป็นตาม function การใช้งาน แล้วจึงเป็นค่าตกแต่ง ในการประเมินงบประมาณ นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายหลัก เช่น ค่าจ้างแรงงาน และค่าวัสดุอุปกรณ์ ของแต่งบ้านแล้ว ยังอาจมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมอีก เช่น เงินค่าเช่าที่พักชั่วคราวระหว่างต่อเติมบ้านในกรณีที่เราไม่สามารถอาศัยในบ้านในระหว่างการก่อสร้าง หรือค่าธรรมเนียมการขออนุญาตต่อเติมหากการตกแต่งมีผลกระทบต่อโครงสร้างอาคาร นอกจากนั้น เราควรเตรียมงบเผื่อไว้อีก 10 – 20 % ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อสำรองค่าใช้จ่ายอื่นๆ  อย่างไรก็ตาม ขอฝากคำแนะนำสำหรับการตั้งงบประมาณว่า เราควรตั้งงบประมาณตามกำลังทรัพย์ที่มี นกน้อยทำรังแต่พอตัวนะครับ แต่หากในกรณีที่ความจำเป็นต้องต่อเติมบ้านจริงๆ การขอสินเชื่อต่อเติมบ้านนับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้เป็นอย่างดี
 
เคล็ดลับที่สอง
 
ใช้เงินสดที่ออมไว้สำหรับการต่อเติมบ้าน การใช้เงินสดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการนำมาใช้จ่าย เพราะไม่มีภาระดอกเบี้ย แต่สำหรับบางครอบครัวที่มีข้อจำกัดทางด้านการเงิน การพิจารณากู้เงินจากธนาคารอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีสินเชื่อต่อเติมบ้านหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเพื่อต่อเติมบ้าน หรือการทำ Re-Finance บ้าน เพื่องบการต่อเติมบ้าน ซึ่งสินเชื่อต่อเติมบ้านแต่ละประเภทต่างก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาผ่อน หรืออัตราดอกเบี้ย เราอาจเลือกสินเชื่อที่ผ่อนระยะยาวสักนิด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องแบกความเครียดมากในระหว่างการผ่อนครับ
 
เคล็ดลับที่สาม
 
ใช้เงินจ้างมืออาชีพเพื่อประหยัดเวลา และลดความเสี่ยง ถ้าเป็นการตกแต่งบ้านเล็กๆ น้อยๆ เราอาจจะออกแบบเองในกระดาษ หรือผ่าน Program สำเร็จรูป และทำงานร่วมกับผู้รับเหมาได้โดยตรง แต่หากเป็นงาน Scale ใหญ่ มีรายละเอียดมาก หรือต้องการความสวยงามเป็นพิเศษ การจ้างสถาปนิกมาช่วยออกแบบอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ถึงแม้ว่าการจ้างสถาปนิกจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ข้อดีคือ สถาปนิกจะช่วยแปลความต้องการของเราให้เป็นรูปธรรม โดยนอกเหนือจากเรื่องของดีไซน์แล้ว สถาปนิกยังช่วยให้คำแนะนำในเรื่องวัสดุ และยังช่วยปรับแต่งแบบแปลนให้เข้ากับงบประมาณที่เรากำหนดโดยไม่จำเป็นต้องขอสินเชื่อต่อเติมบ้านเพิ่มเติมได้อีกด้วย เหล่านี้จะช่วยทำให้เราควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น พร้อมยังช่วยให้เราประหยัดเวลาในการเลือกวัสดุ ลดความเสี่ยงจากการซื้อของผิดแบบ ยิ่งหากการก่อสร้างมีความเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างของตัวอาคารซึ่งจะมีข้อกฏหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง สถาปนิกจะยิ่งมีความจำเป็นมากในการให้คำแนะนำในการออกแบบ และการเลือกวัสดุ

อีกหนึ่งข้อสำคัญก่อนการก่อสร้าง คือแปลนการก่อสร้างควรได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเราผู้เป็นเจ้าของ Project สถาปนิก และอาจจะมีมัณฑนากรร่วมด้วย ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงแบบการก่อสร้างภายหลังจากการก่อสร้างเริ่มต้นขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่มากก็น้อย ยิ่งหากต้องมีการรื้อถอน ย่อมจะทำให้ต้องเสียทั้งเงิน ทั้งเวลามากขึ้น
 
"นอกเหนือจากสถาปนิกแล้ว ผู้รับเหมาก็เป็นส่วนสำคัญในการต่อเติมบ้าน โดยผู้รับเหมาจะช่วยดูแลการก่อสร้างแทนเรา"

  นอกเหนือจากสถาปนิกแล้ว ผู้รับเหมาก็เป็นส่วนสำคัญในการต่อเติมบ้าน โดยผู้รับเหมาจะช่วยดูแลการก่อสร้างแทนเรา เราอาจขอคำแนะนำจากเพื่อนๆ หรือญาติที่เพิ่งต่อเติมบ้านเพื่อให้แนะนำผู้รับเหมาที่มีประวัติผลงานดี หรือ อาจจะเลือกจ้างผู้รับเหมาที่รับงานกับทางโครงการอยู่แล้ว เพราะจะรู้กฏระเบียบในการต่อเติมเป็นอย่างดี ช่วยให้ลดความเสี่ยงในการสร้างผิดระเบียบของโครงการ
 
เคล็ดลับที่สี่
 
การซื้อวัสดุอุปกรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ผู้รับเหมาบางราย นอกจากรับงานก่อสร้างแล้ว ยังจัดหาวัสดุให้ด้วย โดยจะคิดราคาค่าจัดหาสินค้าเพิ่มในราคาวัสดุ ในขณะที่บางราย จะรับงานก่อสร้างอย่างเดียว และให้เราเป็นคนจัดซื้อวัสดุ การเลือกว่าจะจ้างผู้รับเหมาในลักษณะใด อาจจะต้องพิจารณาจากข้อจำกัดของตัวเราเอง เช่น ความสะดวกในการจัดซื้อของ ทั้งเวลา ระยะทาง และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเปรียบเทียบดูกับค่าจ้างที่จะถูกเพิ่มขึ้นในราคาสินค้า ว่า วิธีใดจะคุ้มค่ากว่ากัน

เพื่อลดค่าใช้จ่ายในด้านวัสดุ เราไม่จำเป็นต้องซื้อของที่แพงที่สุด แต่เราควรซื้อของที่เหมาะกับเราที่สุด บางครั้งการใช้วัสดุที่เกรดต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ที่ให้การใช้งานที่ไม่ต่างกัน จะเป็นการใช้เงินที่คุ้มค่ากว่า ถ้าเป็นไปได้ก่อนซื้อของ ควรหาข้อมูลบน Internet เพื่อเช็คราคากลางของสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่า เราจะซื้อสินค้าในราคาที่เหมาะสม นอกจากนั้น อย่าลืมที่จะต่อรองราคา และมองหาโปรโมชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานลดราคา หรือ โปรโมชั่นบัตรเครดิต
 
เคล็ดลับที่ห้า
 
ซื้อหรือซ่อม อย่าลืมที่จะพิจารณาดูว่าของชิ้นใดสามารถนำมา Recycle ได้ โดยเฉพาะของแต่งบ้านที่กระแส DIY กำลังมาแรง ที่จะทำให้ทั้งประหยัด และได้ Design ที่ไม่ซ้ำแบบใคร อย่างไรก็ตาม ของบางอย่าง ซ่อมถูกกว่าซื้อใหม่  แต่ของบางอย่าง ค่าซ่อมอาจจะแพงกว่า ซึ่งเราต้องเช็คราคากันเป็นกรณีไป

ทั้งนี้ อย่าละเลยที่จะควบคุมการใช้จ่ายให้อยู่ในงบประมาณ การทำบัญชีรายจ่ายทำให้เรารับรู้ถึงจำนวนเงินที่ใช้ไปในระหว่างดำเนินการ เข่น เมื่อพบว่า ค่าใช้จ่ายเริ่มสูงกว่าที่ตั้งไว้ เราสามารถปรับลดบางอย่างเพื่อควบคุมให้อยู่ในงบประมาณ และอย่าลืมที่จะทำสัญญาการว่าจ้างให้ชัดเจนก่อนเริ่มงานกับผู้รับเหมา รวมถึงมีใบเสร็จรับรองการชำระเงินทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐาน

เป็นยังไงกันบ้างกับเคล็ดลับว่าด้วยเรื่องของการนำเงินมาต่อเติมบ้านทั้งแบบที่ต้องและไม่ต้องขอสินเชื่อต่อเติมบ้าน ก่อนจากกันไปเราอยากจะฝากบอกทุกท่านให้ทราบว่า
 
“แท้จริงแล้วการต่อเติมบ้านที่ดีที่สุดอาจจะไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องนำเงินมากมายใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะหัวใจสำคัญที่จะทำให้การนำเงินมาใช้ให้่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์คือการคิดให้รอบคอบทุกครั้งก่อนใช้เงินเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและเหมาะกับตัวเรามากที่สุด”
Powered By