หน้าหลัก Plearn เพลิน > Guru Financial > Financial > บ้านก็ผ่อน บัตรเครดิตก็ใช้ บริหารหนี้ได้ไม่มีสะดุด
By Krungsri Guru
0 Share
0

การเป็นหนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายเสมอไป บางครั้งเราเองก็มีความจำเป็นจะต้องใช้เงิน เพื่อซื้อสิ่งของ หรือบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ต่ออนาคตของเรา แต่ว่าเราไม่มีเงินสดพอจ่ายในตอนนั้น เช่น ซื้อบ้าน เปิดกิจการส่วนตัว ซื้อรถยนต์ เป็นต้น

 
หนี้ดี คือ หนี้ที่ช่วยสร้างอนาคต และสร้างความมั่นคงในระยะยาว

สิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจเป็นหนี้ คือ “การเลือกเป็นหนี้ดี” หมายถึง หนี้ที่จะช่วยสร้างอนาคต สร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับเรานั่นเอง การจะก่อหนี้ชนิดนี้ ก็ต้องมีการวางแผนการบริหารจัดการเงินที่จะไปขอกู้มา วางแผนการจ่ายคืนให้ตรงเวลา โดยไม่ได้เป็นการสร้างภาระที่เรารับผิดชอบได้ และเลือกสินเชื่อที่เหมาะกับความต้องการ ที่จะให้สิทธิประโยชน์แก่ตัวเรา และเป้าหมายในการกู้ยืมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ให้ความสะดวกสบายกับเรา แต่หากเราขาดการวางแผนที่ดีอาจจะทำให้เป็นหนี้สินพอกพูนได้ไม่รู้ตัว เมื่อใช้บัตรเครดิตก็ควรมีวินัยทางการเงินที่ดี เมื่อเราหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้เหล่านี้ไม่ได้ ก็มาดู6 วิธีบริหารหนี้ ผ่อนได้ทั้งบ้าน ทั้งบัตร” กันดีกว่า
 
1
การวางแผนการชำระหนี้
สิ่งสำคัญเมื่อเราตัดสินใจเป็นหนี้ คือ การสร้างหนี้ดีที่จะทำให้เราได้รับผลประโยชน์สูงสุดในระยะยาว โดยที่เราสามารถรับผิดชอบผ่อนจ่ายได้โดยไม่มีเงินขาดมือ ดังนั้นการวางแผนการชำระเงินให้ครบและตรงเวลา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
 
2 
จดบันทึกรายรับ - รายจ่าย
การจดบันทึกรายรับ - รายจ่ายควรจดบันทึกอย่างละเอียด เพื่อที่เราจะได้ประเมินสถานการณ์การเงินของเราได้ ในบันทึกเราสามารถดูได้ว่าอะไรเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อะไรตัดทิ้งได้ เป็นค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ต่อไปเราก็สามารถตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แล้วกันเงินส่วนหนึ่งมาทบเงินที่จะนำมาจ่ายหนี้ได้ในแต่ละเดือน
 
3
 
ปลดหนี้ก้อนใหญ่ให้หมดโดยเร็ว
หากคุณสามารถชำระหนี้แบบเต็มวงเงินได้ แล้วมีเงินเหลือพอใช้จ่ายได้ในแต่ละเดือนหรือเปล่า หากคุณมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ ให้กัดฟันจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่ยอดสูงที่สุด ดอกเบี้ยแพงที่สุดด้วยเงินก้อนโตหน่อยในแต่ละเดือน ส่วนบัตรใบอื่นหนี้น้อย พยายามจ่ายให้มากกว่ายอดพึงชำระขั้นต่ำ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งใช้หนี้กันยาวนาน เพราะหนี้บัตรเครดิตหากคุณจ่ายเต็มยอดภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือภายในรอบบิลจะไม่มีดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่หากคุณจ่ายยอดแค่ขั้นต่ำคุณจะต้องมารับผิดชอบดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นรายวันจากยอดเต็มที่คุณจ่ายไป

(อ่านบทความ วิธีปลดหนี้บัตรกดเงินสด ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2)
 
4
 
รีไฟแนนซ์
ถ้าคุณใช้หนี้แล้วแต่เงินเหลือไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน กรณีนี้อาจจะต้องลองคิดเรื่องรีไฟแนนซ์เพื่อเป็นการช่วยยืดเวลาชำระหนี้ออกไปอีก หากคุณจะต้องหารีไฟแนนซ์ให้หาที่ๆ ให้ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่าที่เก่าเพื่อมาช่วยผ่อนหนี้โดยมีเงินเหลือให้เราใช้จ่ายได้ แต่ว่าการรีไฟแนนซ์อาจจะทำให้คุณต้องจ่ายหนี้นานกว่าเดิมถึงสองเท่าตัว ดังนั้นหากคิดจะรีไฟแนนซ์ขอให้มั่นใจเสียก่อนว่าการรีไฟแนนซ์เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยคุณผ่อนหนี้ได้เท่านั้น
 
5
 
ปรับโครงสร้างหนี้
 คุณสามารถติดต่อเจ้าหนี้บัตรเครดิต หรือธนาคารที่ให้สินเชื่อเพื่อขอทำสัญญาใหญ่ที่จะรวมเงินต้น ดอกเบี้ยที่ปรับแล้ว ค่าธรรมเนียมการติดตามหนี้ โดยหากทำแบบนี้คุณจะสามารถช่วยยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปได้ หากคุณเป็นหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลกับธนาคารแห่งเดียวกัน คุณสามารถขอเสนอให้ธนาคารรวมหนี้มาเป็นยอดเดียวกัน แล้วคิดอัตราดอกเบี้ยน้อยลง แต่อย่าลืมว่าหนี้บัตรเครดิต กับสินเชื่อส่วนบุคคลมีอายุความไม่เท่ากัน การคิดดอกเบี้ยก็ไม่เหมือนกัน หากมีหนี้หลายตัวการปรับโครงสร้างหนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะหากคุณผิดนัดแม้แต่งวดเดียวก็อาจถูกอายัดทรัพย์ หรือเงินเดือนได้เลยทีเดียว
 
6
 
หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
คุณสามารถหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อหาเงินกู้มาใช้หนี้ได้ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนสวัสดิการพนักงาน สหกรณ์ หรือคุณอาจจะพึ่งพาคนในครอบครัวก็ได้อีกทางหนึ่ง ส่วนวินัยในการชำระคืนเงินที่ยืมมาก็เป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญในการสร้างนิสัยในการบริหารหนี้ให้มีประสิทธิภาพนั่นเอง

นอกจากวิธีการข้างต้นแล้ว การวางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้าเดือนต่อเดือน แยกค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายรายเดือนต่างๆ ก็จะสามารถช่วยให้คุณมีเงินเหลือมาชำระหนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย
 
Loan tips EP.15: การคำนวณคะแนนเครดิต เพื่อประกอบการอนุมัติสินเชื่อ
By Personal Loan Club (ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล) | 3 Min Read
Powered By