หน้าหลัก Plearn เพลิน > Lifestyle > Eat & Travel > 6 ทริปสายบุญ เที่ยวเมืองรองมีที่ไหนบ้าง?
0 Share
0

ในที่สุดหน้าร้อนก็จบไป เข้าสู่หน้าฝนอย่างเต็มรูปแบบ ... ถึงแม้ว่าอากาศอาจจะไม่ได้สดชื่นขึ้นอย่างแท้จริง แต่เรามาทำใจให้เย็นสงบกันดีกว่า เพราะไหน ๆ ก็เข้าพรรษาทั้งที ประจวบเหมาะกับวันหยุดที่เรียงตัวกันมา เราลองชักชวนครอบครัวหรือเพื่อนคนสนิท คนรู้ใจ ออกไปเที่ยวแสวงบุญกันเถอะ! โดยเราได้แบ่งเส้นทางออกเป็น 6 เส้นทางให้คุณเลือกเลย ชอบเที่ยวที่ไหน? จะปักหมุดที่ใด? ตามมาอ่านต่อเลยครับ!

โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ จ.ยโสธรโบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ จ.ยโสธร โบสถ์ไม้ที่ตั้งตระหง่านให้เข้าไปเยี่ยมชมความงดงาม

เส้นทางสายวัดหลากสไตล์

จังหวัด : ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร - ยโสธร
ใครว่าเที่ยววัดน่าเบื่อ ซ้ำซาก ด้วยเส้นทางสายวัดอีสานจากยโสธรขึ้นมุกดาหารและเลี้ยวต่อที่ร้อยเอ็ด เก็บครบทั้งโบสถ์คริสต์ พญานาคบนเขาสูง และเจดีย์สูงเฉียดฟ้า เรียกได้ว่าอลังการสุด ๆ แนะนำให้ขับรถมาจะได้สะดวกต่อการเดินทางข้ามจังหวัดครับ สามารถเข้าจากถนนแจ้งสนิทสายหลัก เข้าอีสานทางโคราชและผ่านไปยังขอนแก่น

โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ อ. ไทยเจริญ จ. ยโสธร

ตั้งต้นกันที่จังหวัดยโสธร ใครจะไปเชื่อว่าโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิคจะมาตั้งตระหง่านอยู่ในภาคอีสาน! จัดว่าเป็น Unseen Thailand สุด ๆ โดยนับว่าเป็นโบสถ์คริสต์ที่ใหญ่และสวยงามที่สุดในอุษาคเนย์ สร้างจากไม้ทั้งหลัง กว้าง 16 เมตร ยาว 57 เมตร โครงสร้างและการใช้กระจกสีตกแต่งมีความเป็นตะวันตกแท้ แต่มีรายละเอียดการสลักไม้ เป็นลวดลายไทยผสมผสานอย่างลงตัว!

วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อ. เมือง จ. มุกดาหาร

ขึ้นเหนือไปอีกเล็กน้อยในพื้นที่อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร ริมแม่น้ำโขง เป็นที่ตั้งของวัดรอบพระพุทธบาทภูมโนรมย์ นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทจำลองแล้ว ยังเป็นที่ตั้งขององค์พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช รูปปั้นพญานาคสุดวิจิตร ที่อยู่บนเข้าสูงที่สามารถเห็นวิวจังหวัดมุกดาหารแบบเต็มตากันไปเลย!

วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม อ. หนองพอก จ. ร้อยเอ็ด

ปิดท้ายที่จังหวัดร้อยเอ็ด ที่วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม เป็นวัดที่ประดิษฐานพระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นเจดีย์ 6 ชั้นที่ใหญ่และมีความงดงามตระการตามากที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทย สร้างในรูปแบบศิลปะร่วมสมัยผสมผสานไทยภาคกลาง และอีสาน อีกทั้งยังเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ชาวพุทธทุกคนควรมาสักการะ อีกด้วยครับ

เส้นทางสายธรรมะฉบับแดนอีสาน

จังหวัด ศรีสะเกษ - อุบลราชธานี
ใครเป็นสายปฏิบัติ ชอบวัดป่าที่ไม่ได้เน้นความอลังการ แต่ชอบความเรียบง่าย เข้าปุ๊บใจสงบจิตสว่างทันที กับวัดที่อยู่คู่กับธรรมชาติและอุทิศตัวสร้างชุมชนที่ดีขึ้น ต้องเลือกเส้นทางนี้เลย สามารถขับรถไปได้ แต่ใครไม่อยากเดินทางยาวก็นั่งเครื่องไปลงท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานีได้เลยครับ!
วัดล้านขวด (วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว) จ.ศรีสะเกษความงามแบบแปลกตาของวัดล้านขวด (วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว) จ.ศรีสะเกษ

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด) อ. ขุนหาญ จ. ศรีสะเกษ

ที่แรกที่อยากให้ทุกคนไปสักการะ คือวัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งใน Unseen Thailand เลยก็ว่าได้! สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2527 ด้วยขวดกว่า 1,500,000 ขวด ทำเป็นลวดลายบนกำแพงวัด โบสถ์ ห้องน้ำ หรือแม้แต่กุฏิ เมรุ เป็นภาพที่แปลกตาสวยงาม และโดดเด่นหาดูที่อื่นไม่ได้ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองซักครั้งจริง ๆ! โดยใครจะไปก็อย่าลืมนำขวดเปล่าไปบริจาคให้วัดด้วยก็ได้ เป็นการทำบุญและยังช่วยรักษาโลกได้อีกด้วยครับ!

วัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต หรือวัดป่าแดง) อ. เมือง จ. ศรีสะเกษ

ยังคงอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ ที่วัดมหาพุทธารามเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษเลยก็ว่าได้ ซึ่งมีความสำคัญสำหรับชาวพุทธทุกคนด้วยประวัติที่ยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย ซึ่งคาดว่าเป็นศิลปะสมัยขอมซึ่งมีอายุร่วมพันปีมาแล้ว จึงนับว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ที่ขลังเป็นอย่างมาก

วัดหนองป่าพง อ. วารินชำราบ จ. อุบลราชธานี

ขับรถไปทางทิศตะวันออกซักระยะเข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานีก็มีวัดเก่าแก่อยู่ไม่น้อย หนึ่งในนั้นก็คือวัดหนองป่าพง ซึ่งเคยเป็นที่อุปสมบทของท่านหลวงปู่ชา สุภทฺโท ซึ่งได้วางรากฐานให้วัดแห่งนี้เป็นที่สงบจิตใจ มีวิถีปฏิบัติที่เรียบง่ายใกล้ชิดธรรมชาติ เหมาะสำหรับธรรมะสายปฏิบัติ แต่หากเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป ก็สามารถชื่นชมบรรยากาศอันสงบร่มรื่น และสักการะเจดีย์พระธาตุหลวงปู่ชาเพื่อสิริมงคลแก่ชีวิตได้ด้วยครับ
วัดมหาธาตุ จ.เลยเที่ยววัดมหาธาตุ จ.เลย วัดเก่าแก่ที่สุดในเชียงคาน อายุ 365 ปี

เส้นทางสายธารแห่งภูผาธรรม

จังหวัด : หนองบัวลำภู - เลย
ใครอยากเที่ยวชิว ๆ ได้ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และบุญ ต้องมาเส้นทางอีสานเหนือ เที่ยวจากหนองบัวลำพู ขึ้นเหนือสู่เลย แล้วเข้าสู่ริมแม่โขง ต้องเลือกเส้นทางสายธารแห่งภูผาธรรมนี้เลยครับ การเดินทางก็ง่ายดาย มีรถประจำทางให้บริการหลายสาย อีกทั้งยังมีสนามบินเลย ต่อรถประจำทางไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงเชียงคานได้ง่าย ๆ

วัดถ้ำกลองเพล อ. เมือง จ. หนองบัวลำภู

อยากได้ทั้งบุญ และสำรวจความมหัศจรรย์ของธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน ต้องมาวัดถ้ำกลองเพลเลยครับ เป็นวัดที่สร้างได้สอดคล้องไปกับธรรมชาติจึงมีบรรยากาศที่สงบร่มรื่น สิ่งที่ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในวัดนี้คือตีกลองเพลเอาฤกษ์เอาชัย ซึ่งเป็นกลองพื้นบ้านโบราณ และไปไหว้เจดีย์ขาวบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงหลวงปู่ขาว

ถ้ำผาเจาะ อ. นาวง จ. หนองบัวลำภู

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก และถือว่า unseen สุด ๆ แต่พูดได้คำเดียวว่าสวยจนต้องตะลึง โดยทางขึ้นสู่วัดอาจจะต้องเหนื่อยกันเล็กน้อย เพราะต้องขึ้นบันไดเหล็กประมาณ 500 กว่าขั้น แวดล้อมไปด้วยหินผาและป่าไผ่สุดร่มรื่น เมื่อขึ้นไปจุดบนสุดจะเห็นพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานอยู่อย่างงามสง่า ท่ามกลางวิวของหนองบัวลำภูที่เห็นได้แบบ 360 องศาเลย!

วัดมหาธาตุ อ. เชียงคาน จ. เลย

หลังจากสนุกกับการเที่ยวที่เชียงคานแล้ว แล้วอย่าลืมแวะเวียนไปวัดมหาธาตุ วัดเก่าแก่ที่สุดในเชียงคาน สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2197 จึงเป็นเสมือนหัวใจของเมืองเลยก็ว่าได้ ซึ่งใครอยากยลโฉมอุโบสถไม้ ที่สร้างในรูปแบบของศิลปะล้านช้างที่แท้จริง ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ!
 
วัดถ้ำแสงเพชร จ.อำนาจเจริญควรค่าแก่การสักการะ ณ วัดถ้ำแสงเพชร จ.อำนาจเจริญ

เส้นทางสายสายธรรมะวิจิตร

จังหวัดอำนาจเจริญ
อีกจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่ารักษาศาสนาพุทธไว้อย่างดีงาม คือจังหวัดอำนาจเจริญ ทั้งยังเป็นศาสนาพุทธที่มีเอกลักษณ์ ผสมอิทธิพลล้านนาทางเหนือเข้ากับอีสานและลาวไว้ได้อย่างลงตัว สามารถขับรถไปหรือนั่งรถขนส่งมวลชนซึ่งวิ่งถึง 4 รอบต่อวัน หรือใครกลัวเมารถนั่งเครื่องบินไปลงที่อุบลราชธานี และต่อรถมาอำนาจเจริญประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึงแล้วครับ

วัดพระเหลาเทพนิมิต อ. พนา

วัดพระเหลาเทพนิมิต เป็นอีกจุดมุ่งหมายที่สายบุญห้ามพลาดเลย เพราะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปเหลาเทพนิมิต ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวของศิลปะอีสาน แขนงลาวเวียงจันทร์ ผสมอิทธิพลจากศิลปะล้านนา พระพักตร์งดงามสงบนิ่ง จนได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดในแดนอีสานเลยทีเดียว!

วัดถ้ำแสงเพชร อ. เมือง

ถัดไปไม่ไกลคือวัดถ้ำแสงเพชร วัดที่สวยร่มรื่น มีอาณาเขตกว้างขวาง ประกอบไปด้วยวิหาร เจดีย์ และพระนอน ที่ทางด้านทิศเหนือของวิหาร มีถ้ำขนาดใหญ่ ซึ่งท่านหลวงปู่ ชา สุภัทโท เคยใช้เป็นพื้นที่เดินธุดงค์ และตอนนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระเหลาเทพนิมิต อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2263 ให้ทุกคนมากราบไหว้ขอพรกันครับ
วัดขุนอินทประมูล จ. อ่างทองสักครั้งกับการสักการะพระนอน วัดขุนอินทประมูล จ. อ่างทอง

เส้นทางวัดใกล้กรุง

จังหวัด : อ่างทอง - สิงห์บุรี
ใครที่ไม่อยากเดินทางไกล แนะนำให้ไปเที่ยวสายบุญใกล้บ้าน กับเส้นทางวัดใกล้กรุง ไม่ต้องขับรถไปไหนไกลแค่ขับออกทางเส้นวิภาวดี-ดอนเมืองประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว (หากรถไม่ติด) แต่ก็ได้สัมผัสวัดเก่าแก่ย้อนความไปได้ถึงสมัยอยุธยา เส้นทางนี้คือเส้นทางของคุณ!

วัดขุนอินทประมูล อ. โพธิ์ทอง จ. อ่างทอง

เป็นวัดที่ประดิษฐานพระนอน หรือปางปรินิพพานองค์ใหญ่ ยาว 50 เมตร นับว่าเป็นพระนอนที่ยาวเป็นอันดับที่ 2 รองลงมาจากวัดบางพลี จ. สมุทรปราการ เท่านั้น ซึ่งวัดนี้มีเรื่องเล่าขานยาวนานว่า แต่ก่อนเคยโดนไฟเผา อาคารและวิหารโดยรอบเสียหายเหลือเพียงโครงอิฐที่สามารถเห็นได้ ณ ปัจจุบัน เผยให้เห็นองค์พระตากแดดและฝนมาเป็นร้อยปี จนมีการสร้างพระนอนขนาดใหญ่ขึ้นในปี พ.ศ. 2296

วัดหน้าพระธาตุ อ. เมือง จ. สิงห์บุรี

คาดว่าจะเป็นที่ตั้งของเมืองสิงห์บุรีเก่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยกำแพงอิฐโบราณ หรือผนังอุโบสถเก่าให้อารมณ์เหมือนย้อนเวลากลับไปสู่ยุคอดีตมาก ๆ ที่สำคัญของวัดนี้ คือ องค์พระปรางค์สูงประมาณ 8 วา ทำเป็นรูปครุฑอสูรถือกระบองประดับซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์สวยงามเป็นอย่างมาก
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระธาตุ) จ. นครศรีธรรมราชวัดเก่าแก่คู่ชาวใต้ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระธาตุ) จ. นครศรีธรรมราช

เส้นทางขอพรได้ดั่งใจหวัง

จังหวัดนครศรีธรรมราช
ส่วนใครที่อยากลงใต้เพื่อไปขอโชค ขอพรก็ย่อมได้เหมือนกัน! ก็จังหวัดนครศรีธรรมราชอัดแน่นไปด้วยวัดวาอารามรวมถึงครูบาอาจารย์ที่น่าเคารพมากมาย สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยเครื่องบินจากดอนเมือง แลนดิ้งที่สนามบินนครศรีธรรมราชเลย! หรือถ้าอยากขับรถไปชิว ๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระหว่างทางก็ได้เช่นกัน

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระธาตุ) อ. เมือง

เป็นวัดใหญ่ ตั้งอยู่ภายในเขตกำแพงเมืองโบราณตั้งแต่สมัยรัชการที่ 6 เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนเมืองนครศรีธรรมราชอย่างแท้จริง และยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพวย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องปางประทานอภัย ซึ่งขึ้นชื่อว่าหากใครมีลูกยากมาไหว้พระพวยแล้วพระองค์จะประทานลูกให้ ยืนยันความศักดิ์สิทธิ์โดยภาพลูกหลานมากมายที่ติดอยู่คู่องค์พระ

ไอ้ไข่ วัดเจดีย์

ประมาณปี 2523 จู่ ๆ ผู้ใหญ่บ้านก็ฝันถึงเด็กน้อยมาขอร้องให้สลักรูปปั้นของตนเอง โดยบอกว่าตนเองชื่อไข่ จึงเป็นต้นกำเนิดของตำนานกุมารเทพไอ้ไข่รูปไม้แกะสลักเป็นรูปเด็กอายุประมาณ 9 – 10 ขวบ ที่คนนิยมไปบนขอโชคขอทรัพย์ให้ดวงดีจนมีของเล่นวางกองเต็มวัดไปหมด ... แต่ใครจะไปไหว้ อย่าลืมศึกษาก่อนว่าไอ้ไข่ชอบอะไร จะได้เอาไปไหว้กันถูกครับ!

เห็นหรือยังว่าประเทศไทยน่าเที่ยวขนาดไหน! นอกจากนั้นไม่ต้องเสียเงินเยอะเหมือนขึ้นเครื่องไปต่างประเทศด้วยครับ หากวางแผนดีๆ ก็เสียหลักพันเท่านั้นเองครับ นอกจากจะได้ใช้เวลากับคนที่คุณรัก ยังได้ทำบุญ เพื่อสิริมงคลในการใช้ชีวิตครับ!

ขอบคุณข้อมูล :
thailandtourismdirectory.go.th,
paiduaykan.com,
thai.tourismthailand.org,
travel.trueid.net
Powered By