หน้าหลัก Plearn เพลิน > Guru Financial > Investment > “ทองคำ” การลงทุนทางเลือกที่มือใหม่ควรรู้
By Krungsri Plearn Plearn
0 Share
0

การลงทุนถือเป็นการเพิ่มความมั่นคงให้กับสถานะทางการเงิน หากคุณยังเป็นมือใหม่และยังกล้า ๆ กลัว ๆ กับการเริ่มต้นลงทุน ไม่รู้จะลงทุนอะไร ไม่แน่ใจจะเริ่มต้นยังไงดี วันนี้ผมมีการลงทุนทางเลือกมาฝากเพื่อประกอบการตัดสินใจของคุณ นั่นคือ “การลงทุนทองคำ” ครับ

“ทองคำ” ถือเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเนื่องจากหาซื้อได้ง่ายและขายได้คล่อง ธนาคารแห่งชาติทั่วโลกก็นิยมใช้ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ จึงทำให้ราคาทองคำเป็นตัวบ่งชี้เศรษฐกิจโดยรวมของช่วงนั้น ๆ ได้อีกด้วย โดยการลงทุนในทองคำช่วยป้องกันผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อ และยังมีมูลค่าเพิ่มในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การถือทองคำจึงเป็นการช่วยรักษาความมั่นคงและป้องกันความเสี่ยงไปพร้อมกันด้วยครับ

ทองคำเป็นสิ่งที่คนนิยมซื้อเพื่อสะสม ลงทุน และเก็งกำไร การที่หลาย ๆ คนเลือกลงทุนทองคำมีเหตุผลหลายอย่างด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนเงินออมให้เป็นทรัพย์สินเพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเอง การลงทุนในทองคำมีความปลอดภัยสูงและมีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนและหุ้น และยังเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างผลตอบแทนที่ดี ทำได้ง่าย และอาจทำกำไรระยะสั้นได้สูงอีกด้วยนะครับ
 
“ทองคำ” การลงทุนทางเลือกที่มือใหม่ควรรู้

เริ่มต้นลงทุนทองคำ

ก่อนอื่นหลายคนอาจจะสงสัยว่าการลงทุนในทองคำนี้คือทองคำแท่งหรือทองคำรูปพรรณและเรื่องผลตอบแทนจะมากน้อยคุ้มค่ากับการลงทุนไหม จริง ๆ แล้วเราสามารถลงทุนได้ทั้งในทองคำรูปพรรณและทองคำแท่งเลยนะครับ แต่สิ่งแรกที่จำเป็นต้องรู้คือน้ำหนักของทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ แม้จะนับเป็นทอง “1 บาท” เท่ากัน แต่น้ำหนักจริงไม่เท่ากัน โดยทองคำแท่ง 1 บาท หนัก 15.244 กรัม ส่วนทองรูปพรรณ 1 บาท หนัก 15.16 กรัม ทำให้ทองคำทั้งสองแบบที่ความบริสุทธิ์เท่ากันมีราคาต่อ 1 บาทไม่เท่ากันไปด้วย

การลงทุนในทองคำรูปพรรณสามารถซื้อตามน้ำหนักที่ต้องการได้เลย แล้วยังสามารถเลือกลวดลายและนำมาสวมใส่เป็นเครื่องประดับได้ในระหว่างที่ถือครอง แต่มีข้อเสียคือมีค่ากำเหน็จ หรือค่าแรงในการทำทองที่เพิ่มเข้ามาทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะถูกหรือแพงก็ขึ้นอยู่กับร้านและลวดลายของทองที่ซื้อ นอกจากนี้ยังสามารถสึกกร่อนได้ เมื่อนำไปขายคืนจะถูกหักค่าเสื่อมประมาณ 5% จึงเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ต้องการเก็บเป็นสินทรัพย์ระยะยาว หรือเป็นมรดกตกทอดมากกว่าการลงทุนเพื่อทำกำไรระยะสั้น

ส่วนทองคำแท่งมักจะมีการกำหนดซื้อขั้นต่ำและอาจมีค่าบล็อกบ้างเล็กน้อย จึงต้องใช้เงินทุนที่มากกว่าในการซื้อ แต่ไม่มีค่ากำเหน็จจึงมีราคาถูกกว่าทองคำรูปพรรณ เวลาขายคืนไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือมีน้อยกว่าทองรูปพรรณมาก ทองคำแท่งจึงทำกำไรได้มากกว่าทองรูปพรรณและเป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในทองอย่างจริงจัง ทองคำแท่งที่ลงทุนโดยทั่วไปมี 2 ประเภท คือ ความบริสุทธิ์ 96.5% และ 99.99% โดยที่ในประเทศไทยจะนิยมลงทุนในประเภทแรกมากกว่า และนิยมซื้อขายกันในขนาดตั้งแต่ 5 บาท, 10 บาท, 20 บาท และ 50 บาท ครับ
 
“ทองคำ” การลงทุนทางเลือกที่มือใหม่ควรรู้

ซื้อทองคำยังไง รูปแบบการลงทุนทองคำ

การซื้อหรือลงทุนทองคำทำได้หลายแบบแต่ที่เหมาะกับมือใหม่จริง ๆ ผมแนะนำอยู่ 2 แบบครับ คือ คุณจะเดินไปซื้อที่ร้านทองด้วยตัวเองหรือจะซื้อผ่านกองทุนรวมทองคำก็ได้ ซึ่งผมจะมาบอกข้อดีข้อเสียของแต่ละรูปแบบให้ฟัง คุณจะได้เลือกได้ว่าควรจะลงทุนในรูปแบบใด

1. การลงทุนโดยตรงผ่านการซื้อทองคำจากร้านที่ได้มาตรฐาน

คุณสามารถเดินเข้าไปในร้านทองและซื้อทองคำโดยตรงด้วยตัวเองได้เลย ซึ่งคุณอาจเลือกเก็บรักษาได้ในรูปแบบ สัญญาถือครองหรือตั๋วทอง, ซื้อทองคำมาเก็บรักษาเอง หรือฝากไว้กับร้านทองที่ไว้ใจได้ โดยถ้าซื้อทองคำแท่งน้อยกว่า 5 บาท จะต้องเสียค่าบล็อกเป็นราคา 2% ของราคาทองด้วยครับ นอกจากนี้ร้านทองในปัจจุบันยังมีบริการซื้อทองแบบ “ออมทอง” คือการให้คุณซื้อทองเป็นการเก็บออมได้ในจำนวนเงินทีละน้อย ๆ ขั้นต่ำเพียงเดือนละ 1,000 บาท โดยจะได้ปริมาณทองตามราคาตลาดในวันที่ “ออม” เก็บสะสมไปเรื่อย ๆ จนครบบาทก็สามารถ ”ถอน” ทองที่ออมไว้จากร้านในรูปแบบทองคำแท่ง หรือขายคืนเป็นเงินสดเพื่อทำกำไรก็ได้
 
การลงทุนโดยตรงผ่านการซื้อทองคำจากร้านที่ได้มาตรฐาน

หัวใจของการลงทุนทองคำก็คือการทำกำไรจากส่วนต่าง คือ การขายทองคำเมื่อราคาทองในตลาดสูงกว่าตอนที่เราซื้อ โดยราคาในการซื้อขายทองคำแท่งตามประกาศของสมาคมค้าทองคำฯ ในวันเดียวกันราคาขายจะสูงกว่าราคารับซื้อคืน อย่างน้อย 100 บาท ซึ่งเมื่อคิดรวมส่วนต่างราคาซื้อขาย ค่ากำเหน็จ และค่าบล็อกต่าง ๆ แล้ว การจะทำกำไรจากการซื้อทอง ควรจะต้องขายเมื่อราคาทองสูงขึ้นอย่างน้อย 300-500 บาท ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ เช่น เราซื้อทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาท ตอนที่ราคาทองในตลาดอยู่ที่ 19,000 บาท เสียค่าบล็อก 300 บาท รวมราคาซื้อ 19,300 บาท และตัดสินใจขายตอนที่ราคาทองในตลาดอยู่ที่ 21,000 บาท จะทำให้เราได้กำไรจากส่วนต่างรวม 1,700 บาท

ทั้งนี้การจะทำกำไรให้ได้สูงสุดนั้น เราจะต้องดูราคาทองในตลาดและคาดคะเนความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยปกติแล้วเมื่อราคาทองคำสูงขึ้น 2-5% คนมักจะเทขาย ซึ่งการเทขายก็ควรมีทองคำในครอบครองประมาณ 10-20 บาทเป็นอย่างน้อย ถึงจะคุ้มค่าครับ

2. การลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำ

กองทุนรวมจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนนำเงินไปลงทุนในทองคำแทนเรา ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการและการถือครองที่ผู้ลงทุนต้องศึกษาให้รอบคอบ การลงทุนผ่านกองทุนรวมนี้คุณไม่ต้องเดินไปซื้อทองคำที่ร้านทองด้วยตัวเองให้เหนื่อยแต่คุณสามารถติดต่อผ่านกองทุนที่คุณต้องการจะลงทุนได้เลย โดยการลงทุนผ่านกองทุนรวมถือเป็นวิธีที่ง่ายและใช้งบน้อย ที่สำคัญไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากก็สามารถลงทุนได้ เพราะแต่ละกองทุนจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลเรื่องการลงทุนให้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องคอยคาดคะเนปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง ไม่ต้องกังวลถึงความน่าเชื่อถือ หรือความผันผวนของราคาระหว่างร้านทองแต่ละร้าน นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนระหว่างการลงทุนไม่ว่าจะในรูปของเงินปันผล (ซึ่งจะมีภาษี ณ ที่จ่าย 10%) หรือในรูปของกำไรจากส่วนต่างในมูลค่าหน่วยลงทุน (Capital Gain) ซึ่งไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วยครับ
 
ลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำ

สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นลงทุนในทองคำจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนตลอดเวลาตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก เช่น ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ และนโยบายการเงินของธนาคารต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้นการลงทุนในทองคำจึงมีความเสี่ยงเหมือนกับการลงทุนในด้านอื่น ๆ ซึ่งผู้ลงทุนจำเป็นต้องศึกษาให้รอบคอบ ตัดสินใจเลือกรูปแบบการลงทุนทองคำที่เหมาะกับตัวเอง ที่สำคัญเงินที่จะนำมาใช้ลงทุนควรเป็นเงินเย็น คือ เงินที่ไม่ได้จำเป็นต้องนำไปใช้อะไร เป็นเงินส่วนที่เหลือจากการวางแผนการเงินเรียบร้อยแล้วนั่นแหละครับ เพราะว่าการใช้เงินเย็นจะช่วยให้ลงทุนเพื่อเกร็งกำไรได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น อาจจะต้องขายทองคำแบบขาดทุนหรือได้กำไรน้อยกว่าที่ควรเพื่อนำเงินมาหมุนครับ คุณเองก็จะสามารถประสบความสำเร็จจากการลงทุนทองคำได้ไม่ยาก หากข้อมูลพร้อม เงินพร้อม ก็ลุยต่อได้เลยครับ

*หมายเหตุ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

ขอบคุณข้อมูลจาก
tdcgold.com,
ausiris.co.th,
mgronline.com,
www.innwhy.com,
ylgfutures.co.th,
ananda.co.th,
wealthmeup.com,
stock2morrow.com
Powered By