หน้าหลัก Plearn เพลิน > Guru Financial > Financial > สมัครสินเชื่อบ้านไม่ใช่เรื่องยาก
By Krungsri Guru
0 Share
0
0
0

สวัสดีครับ เพื่อนๆ หลายคนคงจะมีความฝันที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังกันใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราไม่มีเงินสดพอจะซื้อบ้านราคาหลังละเป็นหลายๆล้าน ก็คงต้องขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆเป็นทางออกในการที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง วันนี้ผมจึงอยากแนะนำเทคนิคการสมัครสินเชื่อบ้านที่อาจะดูเป็นเรื่องยากให้ดูเป็นเรื่องง่ายๆ รับรองว่าทำตามเทคนิคนี้แล้วกู้บ้านผ่านแน่นอนครับ โดยเทคนิคการสมัครสินเชื่อบ้าน ก็คือการวางแผนขอสินเชื่อเป็นหลักไมล์เหมือนกับการวางแผนเดินทางไกล ที่มีหลักไมล์การเดินทางอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะทำให้ไปถึงฝั่งฝันคือการมีบ้านเป็นของตัวเองได้อย่างแน่นอนครับ

หลักไมล์แรก คือ ประมาณการกู้เบื้องต้นว่าเราสามารถผ่อนบ้านที่ระดับราคาเท่าใดได้บ้าง


หลักไมล์นี้เป็น checkpoint แรก ที่สำคัญที่เราจะประเมินเงินเดือนและรายรับของเรา ว่าสามารถผ่อนบ้านที่ระดับราคาไหนได้บ้าง  เปรียบเสมือนการตรวจสอบสภาพรถก่อนการเดินทางว่าพร้อมที่จะเดินทางไกลไหม โดยผมขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงของผมเองที่เพิ่งยื่นกู้บ้านผ่าน คือ ผมมีรายได้สุทธิ 30,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 6 % ต่อปี ระยะเวลากู้ 30 ปี เราจะสามารถกู้เงินได้ประมาณ 2,001,499 บาท โดยโปรแกรมการคำนวณประเมินการกู้นี้สามารถหาได้จากตามเวบต่างๆได้ไม่ยากครับ  ซึ่งเมื่อเรารู้ระดับความสามารถว่าเราสามารถกู้ได้เท่าไหร่ เราก็สามารถเลือกซื้อบ้านที่อยู่ในระดับราคาที่เราสามารถกู้ได้ จะทำให้มีความมั่นใจเวลาที่เรายื่นจะขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะกู้ได้ผ่านครับ

หลักไมล์ที่สอง การเลือกสถาบันการเงินที่เหมาะสมกับเรา


หลักไมล์ที่สองนี้เปรียบเหมือนการที่จะขับรถเดินทางไกลที่จะต้องเลือกปั๊มน้ำมันที่เติมรถเรา ว่ามีคุณภาพ ราคาที่เหมาะกับเราไหม ซึ่งปั๊มน้ำมันก็มีหลายปั๊มหลากค่ายให้เลือกเต็มไปหมด สถาบันการเงินที่จะกู้เพื่อซื้อบ้านก็เหมือนกันปัจจุบันมีอยู่มากมาย เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคาร เพื่อนๆ จึงควรจะทำการศึกษาว่าควรกู้ธนาคารที่ไหนดี ที่จะช่วยให้เกิดการประหยัดเงินมากที่สุด และมีเงื่อนไขที่สอดคล้องกับความต้องการของเรามากที่สุด โดยผมขอยกตัวอย่างกรณีผมก็แล้วกันครับ ผมจะหาข้อมูลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เงื่อนไขการกู้ และค่าใช้จ่ายในการกู้ของธนาคารต่างๆ  โดยวิธีการไปเดินตามงาน money expo ซึ่งแต่ละธนาคารจะมาออกบูทเสนออัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านอยู่แล้ว ผมก็จะเก็บข้อมูลหลายๆธนาคารมาเปรียบเทียบกันทีเดียว จากนั้น จึงเลือกสถาบันการเงินที่ให้ประโยชน์กับเรามากที่สุด อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารเป็นแบบที่เราต้องการหรือไม่ เพราะแต่ละธนาคารมักมีอัตราดอกเบี้ยหลายแบบแตกต่างกัน ผมจะดูที่อัตราดอกเบี้ยของธนาคารแต่ละแห่งเป็นเกณฑ์ในการเลือกเป็นสำคัญ โดยอัตราดอกเบี้ยก็มีหลายแบบแตกต่างกัน เช่น อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นในช่วงแรกต่อจากนั้นจะเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลากู้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัว  ซึงตัวผมจะเลือกอัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นในช่วงแรกต่อจากนั้นจะเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เพราะประเมินแล้วว่าในช่วงแรกของการกู้รายได้ผมยังมีไม่มากนักการเลือกอัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นในช่วงแรกจะทำให้ผมมีกำลังในการผ่อนที่ไม่ตึงตัวจนเกินไป

หลักไมล์ที่สาม คือ การขออนุมัติสินเชื่อล่วงหน้า (Pre-approval)


หลักไมล์นี้ก็เหมือนกับการ test run ของรถก่อนการจะออกเดินทาง เพื่อตรวจสอบสมรรถภาพก่อนการเดินทางจริง การขออนุมัติสินเชื่อล่วงหน้านั้นก็เปรียบเสมือนการอนุมัติวงเงินกู้จากธนาคาร เพียงแต่ธนาคารจะประเมินให้เบื้องต้นเท่านั้นเอง ยังไม่ใช้เอกสารหลักฐานจริง แต่พิจารณาบนพื้นฐานของข้อมูลที่เพื่อนๆให้มาหรือกรอกในแบบฟอร์มยื่นกู้ หากข้อมูลที่เพื่อนๆ ให้ในการทำ pre-approveครบถ้วนและถูกต้อง จะช่วยให้เวลายื่นกู้จริงเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยการขออนุมัติสินเชื่อล่วงหน้านั้น ธนาคารและสถาบันการเงินจะบอกให้เราทราบถึง วงเงินสูงสุด ระยะเวลาและค่างวดผ่อนชำระโดยประมาณที่เราสามารถกู้ได้ ซึ่งข้อมูลต่างๆนี้จะทำให้การซื้อบ้านของเพื่อนๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ โดยส่วนใหญ่ธนาคารจะคงสิทธิผลการ pre-approve ของเราไว้ประมาณ 3 เดือน หากต้องการกู้จริงก็ยื่นหลักฐานประกอบต่าง ๆ ไปซึ่งจะทำให้เวลาเรากู้จริงจะสะดวกขึ้นมากเลยครับ

หลักไมล์สุดท้าย สมัครสินเชื่อเพื่อการยื่นกู้จริง


หลักไมล์สุดท้าย ก็คือ การลงสนามเดินทางจริงแล้วครับ หลังจากที่เพื่อนๆ เดินตามหลักไมล์ต่างๆ ข้างต้นครบถ้วนแล้ว เพื่อนๆ ก็จะสามารถเลือกกู้กับธนาคารที่พึงพอใจสูงสุดและในวงเงินที่ผ่าน การpre-approveจนมั่นใจแล้วว่าถ้ากู้จริงน่าจะกู้ผ่านแน่นอน เพื่อนๆก็ลงสนามคือ สมัครสินเชื่อเพื่อการยื่นกู้จริงได้เลยครับ ซึ่งการจะสมัครสินเชื่อต้องใช้เอกสารหลักฐานต่าง ๆ คือ

1. หลักฐานประจำตัว ได้แก่
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี)
  • ทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า
2. หลักฐานเกี่ยวกับรายได้ ได้แก่
  • กรณีผู้มีรายได้ประจำ
    • สลิปเงินเดือน หรือ หนังสือรับรองการทำงาน (ตัวจริง)
    • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน หลักฐานอันนี้สำคัญที่สุดในการกู้บ้านเลยนะครับ ผมแนะนำจากประสบการณ์จริงว่า ควรทำ statement ให้สวยๆ ถ้ามีหนี้อะไรควรโปะให้หมด ให้ดูว่าเรามีรายได้แน่นอนและไม่มีหนี้ หรือถ้ามีหนี้ก็จ่ายครบตรงกำหนดไม่เคยขาดการจ่ายหนี้ ธนาคารจะประเมินจากหลักฐานรายได้เป็นสิ่งสำคัญเลยครับ
    • สำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  • กรณีบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว
    • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน / ใบทะเบียนการค้า
    • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีชื่อผู้กู้ / ผู้กู้ร่วม
    • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ทั้งในนามบุคคลและกิจการ)
    • สำเนา ภ.พ.30 (ถ้ามี)
3. หลักฐานเกี่ยวกับหลักทรัพย์และการซื้อขาย
  • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด
  • แผนที่แสดงทำเลที่ตั้งของที่ดินหลักประกัน
  • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญามัดจำ
หลังจากยื่นกู้แล้ว ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินราคาบ้านและที่ดิน ที่จะนำมาจำนองเป็นหลักประกันซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-7 วัน โดยธนาคารจะพิจารณาคำขอกู้ของเราโดยจะวิเคราะห์รายได้ ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการผ่อนชำระ และหลักประกันของเพื่อนๆ รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ และจะแจ้งผลการขอกู้ให้เราทราบ โดยปกติทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร สุดท้ายนี้เพื่อนๆ ที่อยากมีบ้านขอตัวเองสักหลัง แล้วเดินตามหลักไมล์ที่ผมแนะนำไว้ในการสมัครสินเชื่อบ้านผมรับรองว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพื่อนๆ จะสามารถกู้บ้านผ่านได้อย่างแน่นอนเลยครับ

Powered By