ไปหน้า Krungsri.com
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา
กดนัด
กดนัด
0 Share
0

เคล็ดลับ เงินต่อเงิน ต่อยอดความรวยในแบบ PlanYourMoney

เคล็ดลับ 'เงินต่อเงิน' ต่อยอดความรวยในแบบ PlanYourMoney

เราใช้แรงกายแรงใจทำงานเพื่อหาเงิน ซึ่งถ้าหากเก็บไว้เฉยๆ มูลค่าของเงินจะลดลงเรื่อยๆ แต่เราสามารถแก้ปัญหานั้นได้โดยการใช้หลักการ ‘เงินต่อเงิน’ เพื่อให้เงินทำงานแทน ไม่ปล่อยให้มันลดค่าของตัวเองอีกต่อไป

ในบทความนี้จะเผยเคล็ดลับ 3 ประการของเงินต่อเงิน ซึ่งก็คือ

เงินต่อเงินได้ง่ายๆ ด้วยการลงทุน

ในแต่ละปีอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับดอกเบี้ยเงินฝาก หากฝากเงินอย่างเดียวก็เท่ากับว่าเงินที่ถืออยู่นั้นมีค่าลดลงไปเรื่อยๆ เพราะเงินส่วนนั้น “อยู่เฉยๆ” ดังนั้นเราต้องทำให้เงินมัน “ทำงาน” ออกดอกออกผลให้ด้วยการลงทุน เพราะคนทำงานได้จำกัด แต่เงินทำงาน 24 ชั่วโมงไม่มีหยุด
 
ลองเปรียบเทียบการลงทุน - เงินฝากตามกราฟ โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากปัจจุบันและผลตอบแทนเฉลี่ยการลงทุนในหุ้นดูครับ
 
เงินฝากประจำ VS หุ้น
เคล็ดลับ 'เงินต่อเงิน' ต่อยอดความรวยในแบบ PlanYourMoney เคล็ดลับ 'เงินต่อเงิน' ต่อยอดความรวยในแบบ PlanYourMoney เคล็ดลับ 'เงินต่อเงิน' ต่อยอดความรวยในแบบ PlanYourMoney
ปีการลงทุน เงินฝากประจำ ลงทุนในหุ้น
2557 1.95% 16.98%
2558 1.80% -16.95%
2559 1.70% 22.66%
2560 1.70% 21.52%
2561 1.70% -5.23%
เฉลี่ย 1.77% 7.80%
เคล็ดลับ 'เงินต่อเงิน' ต่อยอดความรวยในแบบ PlanYourMoney
*อ้างอิงจาก
อัตราเงินฝาก 36 เดือน ธนาคารกรุงศรีปี 2557-2561
ข้อมูลการลงทุน SET50TRI ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ดังที่เห็นว่าตัวเลขผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของการลงทุนเพิ่มในกองทุน สูงกว่าการออมเงินแบบธรรมดามากพอสมควร ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าการลงทุนทั้งกองทุนและหุ้นมีความเสี่ยงแฝงอยู่ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็นต์ดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากอย่างเดียวแล้ว ในระยะยาวนับว่าน่าสนใจมากกว่า
 
ในเมื่อการลงทุนมีโอกาสมากกว่าการฝากเงิน เราจึงมี ‘เคล็ดลับ’ สำหรับการลงทุนที่คล้ายกับการฝากเงินปกติมาแบ่งปัน นั่นคือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย หรือ DCA นั่นเอง

การลงทุนแบบ DCA

Dollar-Cost Averaging (DCA) หรือการถัวเฉลี่ยลงทุน คือการลงทุนซื้อหุ้นหรือกองทุนเป็นงวดๆ มีระยะเวลาในการซื้อแต่ละเดือนตายตัว ไม่อิงการขึ้นลงตามดัชนีตลาดหุ้น
 
โดยการลงทุน DCA  สามารถทำได้ด้วยการแบ่งเงินลงทุนเป็นงวดๆ เช่น งวดละ 50,000 บาท เพื่อซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน หรือซื้อหุ้น โดยใช้เงินจำนวนเดิมเสมอแม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลงก็ตาม ซึ่งจากเม็ดเงินเฉลี่ยจำลองได้ดังนี้
ตัวอย่างการลงทุนแบบ DCA
  เคล็ดลับ 'เงินต่อเงิน' ต่อยอดความรวยในแบบ PlanYourMoney
DCA ราคาหุ้น ซื้อเฉลี่ย จำนวนหุ้นที่ได้
เดือน 1 70 50,000 714
เดือน 2 71 50,000 704
เดือน 3 68 50,000 735
เดือน 4 67 50,000 746
เดือน 5 73 50,000 685
เดือน 6 68 50,000 735
เดือน 7 70 50,000 714
เดือน 8 71 50,000 704
เดือน 9 74 50,000 676
เดือน 10 72 50,000 694
เดือน 11 70 50,000 714
เดือน 12 69 50,000 725
ราคาเฉลี่ย 70.25 600,000 8,541
*หมายเหตุ ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลสมมติ
โดยการลงทุนแบบ DCA จะมีข้อดี - ข้อเสีย ดังนี้

ข้อดี : จะช่วยในการสร้างวินัยในการลงทุนให้เราลงทุนสม่ำเสมอโดยไม่มีอารมณ์เข้าเกี่ยวข้องในการตัดสินใจซื้อหรือขาย รวมถึงภาวะตลาดในช่วงนั้นๆ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ต้องการลงทุนระยะยาวที่ไม่ต้องติดตามการลงทุน
 
ข้อเสีย : การทำ DCA ช่วยลดเฉพาะความเสี่ยงด้านจังหวะการลงทุน ไม่ใช่ความผันผวนของมูลค่าพอร์ตลงทุน และสามารถช่วยแค่ในช่วงแรกของการลงทุนเท่านั้นเนื่องจากว่า ยิ่งลงทุนจำนวนครั้งเพิ่มมากขึ้น เงินลงทุนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้เปอร์เซ็นต์ความเปลี่ยนแปลงของต้นทุนในแต่ละครั้งที่ซื้อก็จะลดลง

ดังนั้น ประเด็นสำคัญในการลงทุนแบบ DCA คือต้องมีการมองหุ้นที่มีการเติบโตแบบสม่ำเสมอ หรือจะเลือกซื้อกองทุนที่ลงทุนในหุ้น หรือกองทุนตราสารหนี้ เพื่อให้มืออาชีพด้านการลงทุนคอยดูแลเม็ดเงินของคุณ และเป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุนช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน

ลดภาษีด้วยการลงทุนในกองทุนรวม

ดังที่ยกตัวอย่างไปในกราฟด้านบนครับว่าในระยะยาวแล้วการต่อยอดเงินด้วยการลงทุนในกองทุนรวมสามารถทำเงินได้มากกว่าการฝากประจำ นอกจากจะเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ดีแล้ว ยังมั่นคงเพราะมีมืออาชีพคอยดูแลเงินทุนของเราเป็นอย่างดีอีก
 
ประเด็นสำคัญคือในปัจจุบันการลงทุนในกองทุนรวม LTF และ RMF สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แสดงให้เห็นว่านอกจากเงินต่อเงินจะทำให้เงินงอกเงยแล้วยังช่วยในการลดภาษีอีกด้วย
 
อนึ่ง คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้ที่บทความ Step การคำนวณเพื่อประหยัดภาษีเมื่อมีรายได้หลักแสน ครับ

ศึกษาเพิ่มเติมอยู่เสมอ

แม้ว่าจะซื้อกองทุนหรือหุ้นแบบ DCA เราต้องมีการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนเป็นระยะๆ รวมไปถึงศึกษาข้อมูลกองทุนหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นใจในการลงทุนของตัวเอง ทำให้สามารถปรับพอร์ตการลงทุนให้ตรงกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ  แต่อย่าลืมนะครับว่า การลงทุนไม่ควรปรับพอร์ตบ่อยๆ แต่มีการปรับสัดส่วนสินทรัพย์หลักที่วางแผนลงทุนในระยะยาวปีละครั้งเพื่อให้เป็นไปตามความเสี่ยงที่รับได้และเป้าหมายที่ต้องการ เว้นแต่จะมีเหตุการณ์สำคัญๆ จึงจะปรับสัดส่วนการลงทุนก่อน
 
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการลงทุนครับ
 
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีและการคำนวณ คุณสามารถเลือกที่จะคำนวณแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง ทั้งการลงทุนและการวางแผนภาษีที่ เครื่องมือวางแผนทางการเงินจากกรุงศรี ได้เลยครับผม
 
บทความที่เกี่ยวข้อง :

X