ไปหน้า Krungsri.com
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา
กดนัด
กดนัด

รายได้เพิ่มขึ้น ควรวางแผนภาษีอย่างไร

0 Share
0
วางแผนอย่างไร หากรายได้เพิ่มขึ้น

สิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหากมีรายได้เพิ่มขึ้นก็คือภาษีที่เพิ่มเป็นเงาตามตัว แล้วเราจะทำอย่างไรให้ภาษีส่วนนี้ลดลง ในเมื่อการหนีภาษีก็ผิดต่อกฎหมาย ส่วนการหลีกหนีภาษีโดยใช้ช่องโหว่ของกฎหมายก็ผิดต่อส่วนรวม ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการวางแผนภาษีครับ


4 เทคนิควางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยตัวคุณเอง คือ
  1. กระจายหน่วยภาษี กระจายเงินได้
  2. แปลงประเภทเงินได้ เพื่อหักค่าใช้จ่าย
  3. เพิ่มค่าลดหย่อนภาษี
  4. เลือกรวมหรือไม่รวมเสียภาษีปลายปี

เราจะสามารถใช้วิธีวางแผนภาษีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร ลองมาดูรายละเอียดกันครับ
 

กระจายหน่วยภาษี กระจายเงินได้


การเสียภาษีเงินได้ในไทยนั้นใช้ฐานภาษีใน “อัตราก้าวหน้า” ยิ่งเงินได้มาก อัตราภาษีจะสูงตามไปด้วย ดังนั้นการกระจายหน่วยภาษีโดยสามีและภรรยาหากมีรายได้ทั้ง 2 คน สามารถแยกยื่นภาษีได้ หรือจะตั้งหน่วยภาษีใหม่โดย จัดตั้งคณะบุคคล หรือบริษัทขึ้นใหม่ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการวางแผนภาษีเช่นกัน

วางแผนอย่างไร หากรายได้เพิ่มขึ้น - โครงสร้างอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ขั้นเงินได้สุทธิตั้งแต่ เงินได้สุทธิจำนวน
สูงสุดของขั้น
อัตราภาษี ภาษีสูงสุดในแต่ละขั้นเงินได้ ภาษีสะสมสูงสุดของขั้น
0 - 150,000 150,000 5 ยกเว้น* 0
เกิน 150,000 - 300,000 150,000 5 7,500 7,500
เกิน 300,000 - 500,000 200,000 10 20,000 27,500
เกิน 500,000 - 750,000 250,000 15 37,500 65,000
เกิน 750,000 - 1,000,000 250,000 20 50,000 115,000
เกิน 1,000,000 - 2,000,000 1,000,000 25 250,000 365,000
เกิน 2,000,000 - 5,000,000 3,000,000 30 900,000 1,265,000
เกิน 5,000,000 บาท ขึ้นไป - 35 - -
ที่มา : กรมสรรพากร

อีกแนวทางในการกระจายเงินได้หากเรามีฐานภาษีสูง 30-35% คุณอาจจะนำเงินได้ไปเป็นเงินได้ของคนอื่น เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ที่ไม่มีเงินได้ หรือฐานภาษีไม่สูง เพื่อการประหยัดภาษีอีกทางหนึ่ง
 

แปลงประเภทเงินได้ เพื่อหักค่าใช้จ่าย


สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ แล้ว ประเภทเงินได้สำหรับการเสียภาษีก็ไม่พ้นเงินได้ประเภทที่ 40 (1) - 40 (2) ซึ่งเป็นเงินได้ชนิดเงินเดือนและเบี้ยประชุม โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายทั้ง 2 วงเล็บรวมไม่เกิน 50% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

แน่นอนว่ายิ่งเงินเดือนสูงก็ยิ่งเสียภาษีมาก ดังนั้นเราก็อาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงประเภทของเงินได้เพื่อปรับเป็นการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาทำให้ผู้มีรายได้สูงก็สามารถหักค่าใช้จ่ายได้มาก ซึ่งรายได้ที่หักแบบเหมาได้คือรายได้ประเภทที่ 40 (3) (5) (6) (7) (8)

สำหรับคนที่ไม่มั่นใจว่าเงินได้ของคุณหรือคนที่เกี่ยวข้องอยู่ในหมวดหมู่ใด สามารถตรวจสอบประเภทของเงินได้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้จากบทความ Step การคำนวณเพื่อประหยัดภาษีเมื่อมีรายได้หลักแสนครับผม หลังจากนั้นก็ลองดูตัวอย่างการแปลงประเภทเงินได้ กันเลยครับ

ตัวอย่าง นายเอก เป็นวิศวกรบริษัทเอกชนตามปกติจะได้รับเงินเป็นเงินได้ 40(1) เงินเดือน หักค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 50% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ถ้านายเอก สามารถคุยกับนายจ้างให้สามารถเปลี่ยนสัญญาจ้างเป็นงานเหมาแต่ละงาน เงินได้นั้นจะเปลี่ยนเป็นประเภทที่ 40(6) เงินที่ได้จากวิชาชีพอิสระ ทำให้นายเอกหักค่าใช้จ่ายได้เป็น 30% แบบไม่จำกัดวงเงินค่าใช้จ่าย

ข้อดีของการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมานั่นก็คือไม่ต้องมีเอกสารหลักฐานยืนยันรายรับรายจ่าย แต่การหักค่าใช้จ่ายตามจริงต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบด้วย
 

วางแผนโดยการเพิ่มค่าลดหย่อนภาษี


การเพิ่มค่าลดหย่อนเป็นวิธีหนึ่งที่เป็นที่นิยมที่สุด เพราะง่ายและสะดวกที่สุด โดยจะเป็นตัวช่วยให้รายได้สุทธิของเราลดลงโดยการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ลงทุนกองทุน LTF กองทุน RMF เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพ ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ท่องเที่ยวในประเทศ ซื้อสินค้า OTOP เป็นต้น

หมายเหตุ: กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) สามารถลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสิ้นสุดปี 2562 เท่านั้น ตั้งแต่ปี 2563-2567
สามารถลงทุนในกองทุนการออมแห่งชาติ (SSF) ลดหย่อนภาษีได้ เงื่อนไขลดหย่อนภาษีตามกรมสรรพากรกำหนด

เลือกรวมหรือไม่รวมเสียภาษีปลายปี


รายได้จากการออมและลงทุนที่เมื่อเรารับมาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว ก็คือ เงินได้จากดอกเบี้ย และเงินปันผล ทั้งสองอย่างนี้เมื่อผู้จ่าย หัก ภาษีไว้แล้ว เราจะเรียกว่า “Final Tax” คือโดยที่เราสามารถเลือกที่จะนำไปรวมหรือไม่รวมเป็นรายได้ในการยื่นภาษีสรรพากรได้ แต่จะเลือกยื่นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับฐานภาษีของเรา ตามตัวอย่าง

วางแผนอย่างไร หากรายได้เพิ่มขึ้น - ฐานภาษี
จากภาพจะเห็นได้ว่ากรณีที่เราเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า อัตราภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ ถ้าเรานำรายได้นั้นมารวมคำนวณจะเสียภาษีน้อยลง แต่ในกรณีที่ฐานภาษีสูงกว่า อัตราภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ก็ไม่ควรนำมารวมนะครับ เพราะจะทำให้เราเสียภาษีมากขึ้น

สรุป
คงเห็นแล้วนะครับว่าจริงๆ แล้วทุกคนสามารถวางแผนภาษีได้ง่ายๆ ด้วยการศึกษาเงินได้ของตัวเองและค่าลดหย่อนที่ใช้ได้ ยิ่งระยะยาวยิ่งเพิ่มความคุ้มค่ามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะจะประหยัดเงินได้รวมแล้วหลักแสนหรือล้านบาทเลย

หากคุณมีข้อสงสัยด้านภาษี อยากได้ที่ปรึกษาทางการเงินไว้วางแผนประหยัดภาษีให้สูงสุด สามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่กรุงศรี Plan your money ได้ที่เบอร์ 1572 กด 5 จ.-ศ. 9.00-15.00 หรือกรอกชื่อ เบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง:

วางแผนให้จบ ครบทุกเรื่องการเงิน
  • วางแผนลงทุน
  • วางแผนภาษี
  • วางแผนเกษียณ
  • วางแผนชีวิต
X