0 Share
0
0
0

10 วิธีลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง (นำไปใช้ได้จริง)

10 วิธีลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง (นำไปใช้ได้จริง)

เมื่อมีรายได้เข้ากระเป๋าเรามา นอกจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าผ่อนชำระต่างๆ ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนแล้ว ยังมี ‘ภาษี’ ที่หลายๆ คนลืมนำมาคำนวณเป็นหนึ่งในรายจ่ายที่จำเป็น เมื่อถึงเวลาที่ต้องเสียภาษี จึงตกใจว่าทำไมเราต้องจ่ายภาษีมากขนาดนี้ และสงสัยว่าทำไมคนที่มีรายได้มากกว่าเราถึงจ่ายภาษีได้น้อยกว่า คนเหล่านั้นมีวิธีอะไร ทำผิดกฎหมายหรือเปล่า..? แท้ที่จริงแล้วเขาเพียงแค่รู้วิธีลดหย่อนภาษีอย่างถูกกฎหมาย
 
การลดหย่อนภาษีหรือยกเว้นภาษีเงินได้เป็นสิทธิทั่วไปที่ผู้มีเงินได้ตามที่กรมสรรพากรระบุ ซึ่งสิทธิลดหย่อนภาษีก็มีอยู่มากมายหลายข้อ สำหรับบุคคลทั่วไปก็สามารถลดหย่อนภาษีได้ง่ายๆ ด้วย 10 วิธี ต่อไปนี้

1. เป็นผู้มีเงินได้ ลดหย่อน 60,000 บาท

ข้อแรกนี้ เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เพียงแค่เราเป็นคนไทยที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี เราก็สามารถลดหย่อนภาษีได้ 60,000 บาท ถือเป็นค่าเลี้ยงดูตัวเอง หรือหากเรามีคู่สมรสและคู่สมรสของเราไม่มีรายได้ ก็สามารถลดหย่อนเพิ่มได้อีก 60,000 บาท เช่นกัน
 
10 วิธีลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง (นำไปใช้ได้จริง)

2. ทำประกันสังคม ลดหย่อนเต็มจำนวน

ประกันสังคมน่าจะเป็นประกันที่พนักงานประจำทั้งหลายคุ้นเคยกันดี เพราะในแต่ละองค์กรหรือบริษัทจะหักเงินเดือนของคุณไปแล้ว 5% นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ลาออกจากงานประจำหรือฟรีแลนเซอร์ก็สามารถสมัครทำประกันสังคมเองได้ ขอแค่มีอายุตั้งแต่ 15 - 60 ปี ดังนั้น ไม่ว่าใครก็สามารถนำจำนวนเบี้ยประกันสังคมมายื่นขอลดภาษีได้เช่นกันและสรรพากรยังให้หักลดได้เต็มจำนวนที่จ่ายจริงอีกด้วย

3. ทำประกันชีวิต ลดหย่อนไม่เกิน 100,000 บาท

ทำประกันชีวิต สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายรวมต่อปีไปยื่นขอลดหย่อนภาษีเงินได้เท่าที่จ่ายจริงได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท  ทั้งนี้ประกันชีวิตที่ทำต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีกำหนดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป  

นอกจากนี้สำหรับคนที่ทำประกันชีวิตให้สามีหรือภรรยาสามารถลดหย่อนภาษีลงได้อีก
โดยแบ่งเป็น 2 กรณี
  1. สามีหรือภรรยาไม่มีเงินได้สามารถนำเบี้ยที่จ่ายจริงไปเป็นค่าลดหย่อนได้แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
  2. สามีภรรยาเป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง เฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท
ทำประกันสุขภาพ สามารถนำเบี้ยประกันมายกเว้นภาษีตามที่จ่ายจริงได้แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้เบี้ยประกันสุขภาพต้องนำไปรวมกับประกันชีวิตทั่วไป+เงินฝากแบบมีประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท
 
ทำประกันแบบบำนาญ สามารถนำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขเหมือนกับประกันชีวิต คือ ต้องเป็นประกันที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป และเป็นประกันที่ทำในประเทศไทยเท่านั้น ทั้งนี้ ประกันต้องกำหนดช่วงอายุในการจ่ายผลประโยชน์ ตั้งแต่ 55-85 ปี หรือมากกว่านั้น และเราต้องจ่ายเบี้ยประกันครบก่อนรับผลประโยชน์ด้วย

4. สมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. ลดหย่อน 15% ของเงินได้

กองทุนสำหรับเลี้ยงชีพเป็นกองทุนที่ลูกจ้างและนายจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันแก่ลูกจ้างกรณีลาออกจากงาน ลาออกจากกองทุน หรือเสียชีวิต ซึ่งเงินที่หักจากลูกจ้างเรียกว่าเงิน “สะสม” และเงินที่นายจ้างจ่ายเรียกว่าเงิน “สมทบ” กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีลักษณะคล้ายกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่มีรัฐบาลช่วยสมทบให้ โดยจำนวนเงินที่เรานำไปสมทบสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 10,000 บาท แต่หาากเกินต้องไม่เกิน 15 % ของเงินได้ต่อปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

5. เลี้ยงดูพ่อแม่ ลดหย่อนได้ 30,000 บาท

เพียงเลี้ยงดูพ่อแม่ของตนเองหรือของคู่สมรสที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ก็สามารถลดหย่อนภาษีไปได้คนละ 30,000 บาท ในกรณีที่พ่อแม่มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 30,000 บาท ก่อนทำการยื่นภาษีจะต้องกรอกหนังสือรับรองการลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา(ลย03) จากนั้นจึงสามารถนำไปยื่นขอลดหย่อนได้
 
นอกจากนี้ หากพ่อแม่ของตนเองหรือพ่อแม่ของคู่สมรสทำประกันสุขภาพ สามารถลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีกเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้ พ่อแม่ของตนเองหรือของคู่สมรสต้องมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท

6. กู้เงินซื้อ/สร้างบ้าน ลดหย่อนไม่เกิน 100,000 บาท

หากเรามีภาระผ่อนบ้าน ไม่ว่าจะซื้อ สร้าง เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารใดๆ เพื่อที่อยู่อาศัย ก็สามารถนำจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระทั้งหมดต่อปีเอาไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ช่วยเราลดหย่อนภาษีได้มาก การกู้สินเชื่อบ้านก็สามารถช่วยให้เราได้ทั้งบ้าน และประหยัดภาษีลงได้อีกต่อ

7. เลี้ยงดูลูก ลดหย่อนได้ 30,000 บาท

หากมีลูกก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้คนละ 30,000 บาท โดยลูกของต้องเป็นบุตรตามกฎหมาย จะมีกี่คนก็หักตามที่มีได้ แต่ถ้าหากเลี้ยงลูกบุญธรรม ก็ลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 คน และถ้ามีลูกตามกฎหมายอยู่ถึง 3 คนแล้ว ก็ไม่สามารถรวมลูกบุญทำเพื่อลดหย่อนภาษีเพิ่มได้ โดยลูกแต่ละคนต้องไม่มีเงินได้พึงมีเกิน 30,000 บาท (“รายได้พึงมี” เป็นรายได้จากการทำงานไม่ใช่รายได้จากค่าเลี้ยงดูของผู้ปกครอง) และเป็นผู้เยาว์ หรือในกรณีที่ลูกอายุไม่เกิน 25 ปี ต้องกำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษาอยู่
 
10 วิธีลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง (นำไปใช้ได้จริง)

8. ลงทุน RMF และ LTF ลดได้ 15% ของเงินได้

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เป็นกองทุนที่หลายคนคงเคยได้ยินว่าลงทุนไว้เพื่อให้ลดหย่อนภาษี ที่ได้ยินมานั้นถูกต้อง เพราะถ้าเราซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนทั้งสองนี้ เราจะได้รับยกเว้นภาษีเท่าที่ง่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ และต้องไม่เกิน 500,000 บาท

สำหรับกองทุน RMF มีเงื่อนไขว่าจะนับรวมเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติแล้ว โดยต้องไม่เกิน 500,000 บาท

และสำหรับกองทุน (LTF) มีเงื่อนไขว่าเราจะต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุนระยะยาวต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทิน
 
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์การเงินเหล่านี้ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักที่ให้เราลดหย่อนภาษี ดังนั้นเราจึงควรศึกษาผลิตภัณฑ์และเลือกกองทุนให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเอง

9. ท่องเที่ยวในประเทศ 55 เมืองรอง ลดหย่อนไม่เกิน 15,000 บาท

เชื่อหรือไม่ว่าแค่เราออกไปเที่ยวก็สามารถนำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 15,000 บาท เพราะรัฐบาลที่นโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ โดยค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาลดหย่อนได้ คือ ค่าทัวร์ ค่าที่พักหรือโฮมสเตร์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ มาตราการลดหย่อนภาษีการท่องเที่ยวนี้ ให้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 และจำกัดสิทธิเพียงเมืองรอง 55 จังหวัด ดังนี้

นครศรีธรรมราช อุดรธานี เชียงราย ลพบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี อุบลราชธานี นครนายก หนองคาย สระแก้ว เลย ตาก ตราด เพชรบูรณ์ จันทบุรี มุกดาหาร นครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรสงคราม บุรัมย์ ชัยภูมิ พัทลุง ตรัง ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สตูล ชุมพร สุโขทัย สุรินทร์ สกลนคร ลำพูน นครพนม อุตรดิตถ์ ระนอง ลำปาง ร้อยเอ็ด แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ ชัยน่าน น่าน อ่างทอง มหาสารคาม กำแพงเพชร อุทัยธานี นราธิวาส ยะลา พะเยา บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร สิงห์บุรี หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ และปัตตานี

10. บริจาคสนับสนุนการศึกษา ลดหย่อน 2 เท่า ไม่เกิน 10% ของเงินได้

การลงทุนกับการศึกษาถือเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนและยาวนาน รัฐบาลที่เล็งเห็นความสำคัญของการลงทุนส่วนนี้จึงสนับสนุนให้เราบริจาคเงินเพื่อการศึกษา โดยมีมาตรการสามารถลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายเราต่อปี

สำหรับเงินบริจาคสาธารณประโยชน์อื่นๆ เพื่อการศึกษา ก็สามารถนำมาลดหย่อนด้วยมาตรการเดียวกันได้ เช่น เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการกีฬา เงินบริจาคให้แก่กองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา กองทุนเสริมงานวัฒนธรรม กองทุนเสริมศิลปะร่วมสมัย กองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุหรือกองทุนโบราณคดี และเงินบริจาคให้สถานศึกษาของรัฐ โรงเรียนเอกชน เป็นต้น

นอกจากนี้ หากเราบริจาคเงินทั่วไปที่มีหลักฐานการบริจาคชัดเจน ก็สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน ซึ่งต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วเช่นกัน

10 วิธีลดหย่อนภาษีข้างต้น น่าจะช่วยไขข้อสงสัยสำหรับบางคนแล้วว่าทำไมคนที่มีรายได้มากกว่าเราบางคนถึงจ่ายภาษีได้น้อยกว่า ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นวิธีลดภาษีที่ใครๆ ก็ทำได้ และหากอยากรู้ว่าเราจะสามารถลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ก็ลองคำนวณลดหย่อนภาษีดูเพื่อที่จะได้ทราบว่าเราต้องจ่ายภาษีเท่าไร และมีจุดไหนที่สามารถลดหย่อนได้อีก
 
วางแผนภาษี
 

ปรึกษาเรื่องการวางแผนการเงินสำหรับทุกช่วงวัย
ได้ที่ planyourmoney@krungsri.com หรือ โทร 1572 กด 5

 

Follow us on
สมัครรับข่าวสาร
X