ไปหน้า Krungsri.com
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา
กดนัด
กดนัด
0 Share
0

อยากมีรายได้เสริม ควรเริ่มจากอะไร

อยากมีรายได้เสริม ควรเริ่มจากอะไร

หนึ่งในเหตุผลที่หลายคนอยากเริ่มต้นหารายได้เสริมนั้นเป็นเพราะปัญหา ‘หนี้สิน’ ซึ่งก็ตรงกับผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ระบุว่า คนไทยมีหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน 178,994 บาท แต่รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยกลับอยู่เพียง 26,946 บาท เท่านั้น ดังนั้น นอกจากการพยายามลดรายจ่ายลงแล้ว การหารายได้เสริมเพิ่มเติมก็น่าจะช่วยลดภาระหนี้ลงได้อีกแรง นอกจากนี้ หลายคนก็ต้องการหารายได้เสริมเพราะมีเป้าหมายในการใช้เงินที่มากกว่าเงินที่ได้ประจำ


ทั้งนี้ ก่อนที่จะลุกออกไปทำงานหารายได้เสริม ก็มีหลายสิ่งที่ต้องคิดให้รอบคอบเพื่อให้ต้นทุนตัวเงิน กำลังแรง และเวลาที่ทุ่มเทลงไปคุ้มค่า เมื่อจะทำงานเสริมจึงควรเริ่มต้นด้วยการทบทวนตัวเองให้แน่ในก่อนว่าเราพร้อมจริงๆ ที่จะไปทำงานอย่างอื่นเพิ่ม จากนั้นจึงค่อยมาเลือกอาชีพที่เหมาะกับความสามารถและเงื่อนไขของเรา
 

5 ข้อควรคิดก่อนเริ่มหารายได้เสริม

1. มีเวลาพอสำหรับงานเสริมแค่ไหน

งานประจำโดยทั่วไป คือ 8 ชั่วโมง ซึ่งกินเวลาไปถึง 1 ใน 3 ของวันแล้ว และสำหรับคนที่ต้องเดินทางด้วยอาจเสียเวลาเพิ่มถึง 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้น ในแต่ละวันก็จะเหลือเวลาส่วนตัวไม่เกิน 14 ชั่วโมงซึ่งต้องแบ่งเป็นเวลาพักผ่อนด้วย

เมื่อคิดจะทำงานหารายได้เสริมจึงควรนำปัจจัยเวลามาคิดเป็น “ต้นทุน” ที่เราลงทุนด้วย อาชีพหรืองานที่จะเลือกทำจึงควรเป็นงานที่ไม่กินเวลามาก ไม่ใช้เวลาเดินทางนาน ไม่เบียดเวลาพักผ่อนจนเกินไป

2. ต้องใช้เงินต้นทุนสำหรับงานเสริมเท่าไร

งานทุกงานมีต้นทุนที่เป็นตัว ‘เงิน’ ต้องเสีย แม้เราอาจเลือกงานที่ไม่ต้องซื้อวัตถุดิบ วัสดุ หรือซื้อของมา สต็อกไว้ แต่ก็อาจมีค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าดูแลตัวเองเพิ่มเติมทั้งกายและใจด้วย รวมทั้งโอกาสที่จะซื้อของมากขึ้นในระหว่างการเดินทางและระหว่างทำงาน สิ่งที่น่าจะเริ่มทำได้ก่อนที่จะหารายได้เสริมที่ต้องใช้เงินทุนจึงน่าจะเป็นการลดภาระรายจ่ายของเราให้ได้ก่อน
 
อยากมีรายได้เสริม ควรเริ่มจากอะไร

3. ต้นทุนแรงกายคุ้มค่าไหม

ข้อนี้เป็นข้อที่หลายๆ คนละเลย เพราะคิดว่าเตรียมใจมาแล้ว ว่าอย่างไรการทำงานเพิ่มขึ้นก็ต้องเหนื่อย ซึ่งจริงๆ แล้ว เราควรพิจารณาว่าที่ลงแรงไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่ เพราะแรงกายของเราไม่ใช่ ‘ต้นทุนเปล่า’ ที่ไม่ต้องดูแลรักษาอะไร หากมุ่งมั่นทำงานเพิ่มขึ้นโดยไม่ใส่ใจการพักผ่อนหรือดูแลสุขภาพ รายจ่ายของเราอาจเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่คาดคิดจากค่ารักษาพยาบาล จนสุดท้ายรายได้เสริมที่เพียรหามาอาจไม่คุ้มค่า

4. มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

ประเภทงานเสริมจำพวกทำขนม ทำอาหารเช้า ประดิษฐ์งานฝีมือ หรือค้าขาย จำเป็นต้องมีเงินทุนในการลงทุน นั้นหมายความว่ามีสิทธิ์ขาดทุนเป็นตัวเงินด้วย เพราะวัตถุดิบสามารถเสียได้ หรือวัสดุอาจชำรุดเสียหายได้ หรือสินค้ารอขายก็อาจขายไม่ออกเมื่อจะทำงานประเภทเหล่านี้จึงควรทบทวนอีกครั้งว่าจะทำงานประเภทอะไรดีที่เราน่าจะขายได้ ไม่ต้องเสียของที่ลงทุนไป

5. มั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่กระทบงานประจำ

เรื่องนี้คือเรื่องที่สำคัญที่สุด ต้องตระหนักไว้ว่ารายได้หลักของเราคืองานประจำ หากเราทำงานเสริมที่กระทบเวลาทำงาน หรือทำแล้วเหนื่อยเกินไปจนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน อาจเกิดข้อผิดพลาดและความเสียหาย รวมทั้ง ส่งผลต่อการประเมินผลซึ่งอาจทำให้เราถูกปลดงานได้ จากที่ตั้งใจว่าจะหารายได้เพิ่มขึ้นก็จะกลายเป็นขาดรายได้ไป

และนอกจาก 5 ข้อที่ควรคิดก่อนเริ่มหารายได้เสริมที่น่าจะช่วยทบทวนความพร้อมของเราแล้ว อีกสิ่งที่น่าคิดด้วย คือ “ต้นทุนความสามารถ” หรือถามตัวเองว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อลดต้นทุนด้านเวลา เงินทุน แรง และความเสี่ยงเพราะทำอะไรที่เรารู้จริงและสร้างรายได้ได้
 

ตัวอย่างวิธีหารายได้เสริมยอดฮิต

สร้างรายได้เสริมจากงานอดิเรก

วิธีการสร้างรายได้เสริมยอดนิยมตลอดกาล คือ การนำเอาความสามารถหรืองานอดิเรกที่ทำอยู่แล้วออกมาสร้างรายได้ เพราะเรามีความรู้ ความสามารถ และด้วยเป็นงานที่รัก เมื่อหารายได้จากสิ่งที่รักก็จะไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าไร งานอดิเรกยอดฮิตที่สร้างรายได้ได้ง่ายๆ เช่น
  • ขายภาพบนอินเทอร์เน็ต ใครที่มีความสามารถในการตกแต่งภาพ ถ่ายภาพสวยๆ ก็นำมาลงขายตามเว็บไซต์ Photo Stock ต่างๆ ได้ ซึ่งค่าตอบแทบก็ตั้งแต่ 0.25﹩- 3﹩หรือ ตั้งแต่ราว 10 บาท ไปจนถึงมากกว่า 100 บาท โดยขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละเว็บไซต์ว่ามีวิธีคิดค่าตอบแทนอย่างไร ทั้งนี้ รูปรูปหนึ่งเราสามารถลงขายได้หลายเว็บ เพิ่มช่องทางรายได้มากขึ้น
  • รับจ้างถ่ายรูป สำหรับคนที่มีงานอดิเรกเป็นการถ่ายรูปและมีกล้องเป็นของตัวเองอยู่แล้ว การรับจ้างถ่ายรูปเป็นวิธีที่ดีที่สุดให้เราฝึกฝีมือ เพิ่มประสบการณ์ และสร้างรายได้ได้จริง เราอาจรับงานถ่ายรูปรับปริญญา งานมงคลและอวมงคลต่างๆ งานพิธีการ หรืองานอีเวนต์ เป็นต้น ซึ่งมีงานเหล่านี้ตลอดปี
  • ทำงานฝีมือ บางคนชอบทำงานศิลปะเล็กๆ น้อยๆ ประดิษประดอย ก็อาจเปลี่ยนสิ่งที่ชอบเป็นรายได้ เช่น ถักนิตติ้ง ปักผ้า ทำดอกไม้กระดาษ พับกระดาษ ทำกำไรข้อมือ ฯลฯ
  • ร้องเพลง/เล่นดนตรี สำหรับคนที่รักในเสียงดนตรี หากมีความสามารถด้วยแล้ว ก็อาจรับงานร้องเพลง/เล่นดนตรีกลางคืน หรือตามวาระพิเศษตามที่เวลาอำนวยได้
อยากมีรายได้เสริม ควรเริ่มจากอะไร

เป็นพ่อค้า-แม่ค้าออฟไลน์/ออนไลน์

หลายคนชื่นชอบการค้าขาย เพราะเป็นงานที่ได้พูดคุยกับผู้คนหลากหลาย และอาจมีความชื่นชอบกับตัวสินค้าที่จะขายอยู่แล้ว จึงอาจเลือกวิธีการนี้มาสร้างรายได้เสริมก็ได้ ซึ่งนอกจากการค้าขายตามตลาดนัดหรือขายแบบออฟไลน์แล้ว ทุกวันนี้ตลาดออนไลน์ก็เติบโตสูงมาก ลูกค้าเยอะ ไม่ต้องเสียค่าที่ หรือบางทีอาจไม่ต้องซื้อของมารอขายก็ได้ ยังมีธุรกิจแบบตัวแทนจำหน่ายที่รอคนมาสั่งก่อนจึงค่อยสั่งมาขายต่อก็สามารถทำได้ ธุรกิจค้าขายที่เป็นที่นิยม เช่น
  • ผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องสำอาง ครีมบำรุง
  • ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ วิตามิน
  • เครื่องแต่งกาย กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ
  • ต้นไม้ในอาคาร หรือต้นไม้ประดับ
  • ขนมขบเคี้ยว เบเกอรี่ หรืออาหารพร้อมรับประทาน ฯลฯ

หารายได้บนโลกดิจิทัล

พื้นที่ออนไลน์เป็นพื้นที่ของโอกาส เพราะมีหลากหลายสิ่งที่เราสามารถสร้างรายได้ได้ และมีลูกค้าหรือผู้บริโภคอยู่มหาศาล นอกจากนี้ ต้นทุนในการลงทุนก็ต่ำอีกด้วย วิธีสร้างรายได้จากโลกดิจิทัลก็มีหลากหลายวิธี เช่น
  • รับจ้างเขียนบทความ เป็นงานที่มีความต้องการมากในปัจจุบัน เพราะการสื่อสารย้ายมาอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น จำเป็นต้องมีคนเขียนคอนเทนต์หรือบทความต่างๆ เช่น คอนเทนต์สนับสนุนการขาย บทความข่าว บทความบันเทิง ฯลฯ
  • เป็นยูทูปเบอร์ เป็นหนึ่งในอาชีพที่มาแรงมากในขณะนี้ จุดเริ่มต้นของการเป็นยูทูปเบอร์บางทีมาจากความรักในการถ่ายทอดผ่านคลิปวิดีโอ ซึ่งรายได้ของเหล่ายูทูปเบอร์ก็มาจากยอดวิวและค่าโฆษณา หากได้ยอดวิว 1 ล้านวิวขึ้นไปก็มีสิทธิ์ทำเงินได้ถึง 10,000 บาท ทั้งนี้ คลิปวิดีโอยังถือเป็นสินทรัพย์ที่สร้างเงินแบบ Passive income ด้วย
  • รับรีวิวสินค้า เป็นอีกงานที่ได้รับความนิยมและมาแรงมากๆ เพราะเป็นงานที่แทบจะไม่ได้ใช้ต้นทุนอะไร เพียงรับสินค้ามารีวิวลงผ่านโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆ โดยอาจมีคนมาจ้างหากเรามีผู้ติดตามมาก หรืออาจหางานได้ตามกลุ่มเฟซบุ๊กที่ประกาศรับจ้างก็ได้
  • งานดูแลเพจ งานนี้มีความต้องการสูงเช่นเดียวกัน เพราะร้านค้าหรือบริษัทต่างๆ ก็ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ตัวเอง ทำให้ต้องการคนมาดูแลเพจคอยอัปเดตความคืบหน้า ตอบคำถามลูกค้า เป็นต้น
  • งานคีย์ข้อมูล ในยุคที่ข้อมูลมีมูลค่าสูงมาก การทำการตลาด การทำธุรกิจต้องการข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์อย่างล้นหลาม หลายคนคงน่าจะเคยเห็นประกาศรับคนคีย์ข้อมูลมาบ้าง เป็นงานที่มีเพียงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตก็สามารถรับงานได้แล้ว

รับงานฟรีแลนซ์/พาร์ทไทม์

สำหรับคนที่มีเวลาว่างที่แน่นอน เช่น เสาร์-อาทิตย์ หรือเลิกงานตรงเวลา ก็อาจจะหางานฟรีแลนซ์หรืองานพาร์ทไทม์ทำได้ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่งานที่มีความต้องการในตลาดสูง เพราะการรับพนักงานชั่วคราวช่วยลดค่าสวัสดิการของผู้ว่าจ้างลงได้ งานฟรีแลนซ์และงานพาร์ทไทม์ที่นิยมมาก เช่น
  • เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ ตามคาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านอาคาร ร้านของหวาน เป็นต้น งานประเภทนี้ยังมีโอกาสได้ทิปเพิ่มอีกด้วย
  • เฝ้าร้านค้า/ร้านอินเทอร์เน็ต ค่าตอบแทนไม่สูง เพราะเพียงแค่เฝ้าร้าน เก็บเงิน เหมาะกับคนที่ไม่ได้หารายได้เพิ่มอย่างจริงจัง
  • เป็นแคชเชียร์ ตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งคิดอัตราค่าจ้างเป็นชั่วโมง ตั้งแต่ 30 บาทขึ้นไป
  • รับจ้างแต่งหน้า ตามงานสำคัญต่างๆ
  • งานประจำบูธสินค้า/อีเว้นท์ ซึ่งมีอยู่ตลอดปี ส่วนมากเป็นงานที่ได้จากการบอกต่อ หรืออยู่ในกลุ่มงานรับจ้างอยู่แล้ว
อยากมีรายได้เสริม ควรเริ่มจากอะไร

หารายได้เสริมจากความรู้เฉพาะทาง

หากมีความรู้เฉพาะทาง เก่งวิชาใดวิชาหนึ่ง มีทักษะด้านภาษาก็สามารถนำความรู้ตรงนั้นมาหารายได้เสริมได้เป็นกอบเป็นกรรม ยกตัวอย่างงาน เช่น
  • เป็นติวเตอร์ งานนี้นิยมมากในหมู่นักศึกษาทั้งระดับ ป.ตรี และ ป.โท เพราะถือเป็นการทบทวนความรู้ หรือสำหรับคนที่ทำงานประจำอย่างอื่นแต่มีความเชี่ยวชาญในวิชาก็รับติวได้ โดยอัตราค่าจ้างในการรับสอนพิเศษเริ่มต้นตั้งแต่ 100 - 500 บาทต่อชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับวิชา ความต้องการ และความยากของเนื้อหา
  • รับงานแปล สำหรับคนที่เรียนจบด้านภาษา ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษา ก็อาจนำความรู้ตรงนั้นมาสร้างรายได้ ด้วยการแปลงาน ซึ่งในปัจจุบันก็มีงานหลากหลายประเภทให้เลือก เช่น ฉลากผลิตภัณฑ์ บทความ ข่าว การ์ตูน หนังภาพยนต์ หนังสือ เป็นต้น ซึ่งสามารถหาได้ตามกลุ่มเฟซบุ๊ก เป็นต้น
  • รับงานล่ามอีเว้นท์ ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการทำธุรกิจระหว่างประเทศต่างๆ มากมาย จึงมักมีงานเปิดตัว งานสัมมนา งานแสดงสินค้า ที่ต้องการล่ามเป็นตัวกลางสื่อสารภายในงาน ซึ่งค่าตัวก็ตั้งแต่ 1,500 บาท ขึ้นไป แล้วแต่ผู้จ้างและความสามารถของเรา

อาชีพและงานที่แนะนำไปข้างต้นเป็นเพียงช่องทางเพียงไม่กี่ช่องทางในการหารายได้เสริม เพราะงานบนโลกใบนี้ยังมีอีกมากมาย และคุณเองก็สามารถสร้าง ‘งาน’ ขึ้นมาเองได้ ทั้งนี้ ก่อนจะตัดสินใจไปทำงานเสริมจริงๆ ก็ควรเริ่มจากการทบทวนตัวเองดูว่าเรามีความพร้อมหรือไม่ และหลังจากนั้น เพื่อสร้างฐานะของเราให้มั่นคง รายได้ที่หามาได้ควรวางแผนแบ่งออมและลงทุนไว้ก่อน ทั้งนี้ คุณอาจขอคำปรึกษาด้านการเงินเพื่อจัดสรรการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพและเพื่ออนาคตทางการเงินที่ยั่งยืนได้ด้วย
 
ติดต่อวางแผนการออมและการลงทุน

X