ไปหน้า Krungsri.com
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา
กดนัด
กดนัด

5 เคล็ดลับวิธีปลดหนี้ที่ได้ผลจริง

0 Share
0
บทความ ปลดหนี้

ในปัจจุบันการกู้เงินเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ประกอบกับการแข่งขันทางการตลาดสูงที่กระตุ้นให้อยากจับจ่ายอยู่เสมอ ทำให้คนทุกวันนี้ต่างมีหนี้ติดตัวกันเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งหนี้ระยะสั้น เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หรือหนี้ระยะยาว เช่น หนี้รถยนต์และหนี้บ้าน อย่างไรก็ตามถึงแม้การกู้ยืมจะช่วยให้เราบรรลุความต้องการหรือเป้าหมายมาได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องชดใช้คืนหนี้สินดูเป็นสิ่งน่ากลัวไม่น้อย ทำอย่างไรเราจึงจะจัดการกับหนี้สินที่พอกพูนทั้งหลายของเราได้ บทความนี้ได้รวบรวม 5 วิธีปลดหนี้ที่ได้ผลจริงไว้ ดังต่อไปนี้

1. ยอมรับความจริง

หลายคนเมื่อเป็นหนี้จะรู้สึกอับอายไม่กล้ายอมรับความจริง และพยายามปกปิดไม่ให้ใครรู้ว่าตนเองมีภาระต้องรับผิดชอบมีการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเหมือนปกติ เช่น เพื่อนชวนไปสังสรรค์ก็ไม่กล้าปฏิเสธ หรือออกไปเที่ยวทุกเดือน ทั้งๆที่มีรายได้ไม่เพียงพอในแต่ละเดือน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและเป็นการเพิ่มโอกาสการเป็นหนี้ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
 
หากต้องการปลดหนี้ตัวเองสักที เราควรเริ่มต้นจากการตระหนักว่าตัวเองมีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ มีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น และไม่อายที่จะบอกใครว่าตนมีภาระ เมื่อยอมรับความจริงเหล่านี้ได้ เราจะเห็นปัญหาและช่วยให้เราตั้งต้นจัดการกับหนี้สินต่างๆ อย่างจริงจังและหลีกเลี่ยงการก่อหนี้เพิ่มเติมได้ และหากคนรอบข้างรับรู้ เชื่อว่าหลายคนจะเข้าใจและพยายามหาลู่ทางปลดหนี้ช่วยเรา

2. สำรวจหนี้สินทั้งหมด

เคล็ดลับหรือวิธีปลดหนี้ตัวเองข้อสำคัญ คือการสำรวจหนี้สินทั้งหมดของตัวเองทีมีอยู่ซึ่งประโยชน์ของการสำรวจหนี้สินช่วยให้เราเห็นขนาดของภาระที่แท้จริงว่ามีขนาดใหญ่แค่ใหน และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่เตือนตัวเองว่าไม่ควรก่อหนี้เพิ่ม และทำให้เรามองเห็นปัญหาและหาทางจัดการแก้ไขต่อไป
ตารางสำรวจหนี้สิน
จากตารางสำรวจหนี้ทั้งหมดนี้ จะทำให้เรารู้ว่าตอนนี้เรามีภาระหนี้ทั้งหมดเท่าไร และภาระที่ต้องชำระต่อเดือนคือเท่าไร รวมทั้ง การระบุอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระที่เหลือจะช่วยให้เราสามารถวางแผนว่าควรปิดหนี้ตัวใดก่อนเพื่อลดภาระหนี้สินต่อเดือนหรือลดอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดสัญญา

3. จัดลำดับการปิดหนี้สิน

เมื่อสำรวจหนี้สินทั้งหมดของตัวเองเรียบร้อยแล้ว วิธีการปลดหนี้ลำดับต่อมา คือการจัดลำดับการปิดหนี้สิน ซึ่งเกณฑ์ในการจัดลำดับก็มี 2 วิธี อยู่ด้วยกัน ได้แก่ ปิดหนี้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยแพงที่สุดก่อน หรือ ปิดหนี้ที่เหลือระยะเวลาผ่อนน้อยก่อน
 
การปิดหนี้ที่คิดอัตราดอกเบี้ยมากที่สุดก่อนเป็นวิธีการที่หลายๆ คนทราบเป็นอย่างดี เพราะยิ่งปิดได้เร็วเท่าไรก็หมายความว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดการผ่อนลดลงไป และสำหรับการปิดหนี้ที่เหลือระยะเวลาผ่อนน้อยก็จะช่วยปิดยอดนี้นั้นไปก่อนและมีเงินเหลือสำหรับปิดหนี้ตัวอื่นได้เร็วขึ้น หรือมีเงินเหลือสำหรับเองและลงทุนสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคตได้อีกด้วย
ลำดับการปิดหนี้
หนี้สินที่ควรปิดก่อนส่วนมากจะเป็นหนี้สินระยะสั้น เช่น หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะเป็นหนี้สินที่มีระยะเวลาผ่อนชำระไม่มาก และมีดอกเบี้ยสูง การจัดการกับหนี้เหล่านี้จะช่วยลดจำนวนเจ้าหนี้ของเราลงได้ และระงับการแบ่งบานดอกเบี้ยได้อีกด้วย นอกจากนี้หากรู้ว่ากำลังจะมีเงินก้อนใหญ่ เช่น โบนัส หรือเงินคืนภาษี ก็สามารถนำเงินจำนวนนี้ไป “โปะ” หนี้ที่ดอกเบี้ยสูงให้หมดไวๆ ได้

4. วางแผนชำระหนี้อย่างเป็นระบบ

เคล็ดลับข้อนี้ คือการวางแผนชำระหนี้สินอย่างเป็นระบบและรอบคอบ ซึ่งนอกจากเราจะนำเคล็ดลับปิดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงก่อนมาใช้แล้ว เราต้องวางแผนให้สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วยเพื่อให้เรายังสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติไม่ลำบาก และมีโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินแม้จะมีหนี้สิน
 
ทั้งนี้ก่อนจะวางแผนเราต้องรู้จักตัวเองให้ดีก่อน นั่นคือการทำบัญชีรายรับ - รายจ่ายส่วนตัว เพื่อให้เรารู้ว่าในแต่ละเดือนมีรายจ่ายอะไรบ้าง แบ่งเป็นรายจ่ายจำเป็นและรายจ่ายไม่จำเป็น จากนั้นเราจึงจัดสรรรายได้แบ่งมาชำระหนี้สินตามลำดับที่ควรชำระก่อนและเก็บออม
แผนรายจ่ายรวมการชำระหนี้
การวางแผนรายจ่ายที่รวมภาระหนี้สินเข้าไปด้วย จะช่วยให้เราจัดการกับหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้จะเห็นว่ามีเงินส่วนที่จัดสรรสำหรับการออมไว้ก่อนที่จะใช้จ่าย และนำเงินไปใช้จ่ายส่วนที่จำเป็นก่อน จากนั้นจึงนำมาชำระหนี้สิน เมื่อเหลือจึงค่อยใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น เช่น รายจ่ายเพื่อความบันเทิง เป็นต้น การวางแผนงบประมาณเช่นนี้ยังช่วยให้คุณเก็บเงินและคุมรายจ่ายได้ ลดโอกาสก่อหนี้เพิ่มได้อีกด้วย
 
อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างข้างต้นถือเป็นตัวอย่างที่มีภาระหนี้ต่อเดือนมากเกินไป เพราะภาระหนี้ที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน ดังนั้น ภาระหนี้ข้างต้นมีแนวโน้มที่จะผ่อนไม่ได้ตามสัญญาหรือมีแนวโน้มเป็นหนี้เพิ่มได้ ซึ่งถ้าใครกำลังเผชิญปัญหาเช่นนี้ ต้องรีบคุยไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้โดยด่วน
 
บทความ ปลดหนี้

5. ติดต่อกับธนาคารหรือเจ้าหนี้

เคล็ดลับข้อนี้เป็นวิธีปลดหนี้สำหรับผู้ที่มีภาระหนี้สินหนักเกินไปและการเงินขาดสภาพคล่อง สำหรับหลายๆ คนที่กำลัง “จม” หนี้สินอยู่จนไม่สามารถสะสางภาระเหล่านี้ได้ การเข้าไปขอคำปรึกษาหรือเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้กับธนาคารหรือเจ้าหนี้คือสิ่งจำเป็น
 
ธนาคารหรือเจ้าหนี้ที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) ก็ต้องการเงินคืนอยู่แล้ว ถ้าเราเผชิญหน้ากับปัญหาไปเลย บอกเขาว่าสถานะการเงินของเรากำลังมีปัญหา ไม่สามารถผ่อนชำระได้ตามสัญญา ธนาคารก็จะช่วยเราหาแนวทางแก้ไข ซึ่งเราสามารถขอไกล่เกลี่ยหนี้สินได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
  • ขอลดดอกเบี้ยชั่วคราว เมื่อสภาพการเงินของเราเริ่มมีปัญหาหนัก ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้สินทุกรายการได้ จนอาจต้องไปกู้เงินจากแหล่งอื่นหรือกู้เงินนอกระบบมาเพื่อชำระคืน เพราะกลัวเสียเครดิต การขอลดดอกเบี้ยชั่งคราวจะช่วยลดภาระผ่อนมากยิ่งขึ้น
  • ขอจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยชั่วคราว วิธีนี้ก็คล้ายกับการขอลดดอกเบี้ย แต่วิธีนี้จะขอผ่อนแค่ดอกเบี้ยโดยไม่ตัดเงินต้นแม้แต่น้อย วิธีนี้ทำให้ภาระผ่อนของเราลดลง ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการนำเงินส่วนที่เหลือไปจัดการหรือปิดหนี้ก้อนอื่นที่คิดอัตราดอกเบี้ยแพงกว่าหรือสามารถปิดได้ในไม่กี่เดือน อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ควรทำเพียงชั่วคราวเพราะเงินที่เสียไปก็เป็นแค่ดอกเบี้ยเท่านั้น หนี้สินไม่ได้ลดลง
  • ขอหยุดชำระหนี้ เมื่อเข้าตาจนจริงๆ ให้แจ้งกับธนาคารหรือเจ้าหนี้ว่าเราไม่สามารถชำระหนี้สินได้ และขอหยุดจากนั้นเราต้องกลับมาดูแลสุขภาพการเงินของตัวเองให้ดีขึ้นและต้องเตรียมเงินจำนวนหนึ่งไว้สำหรับชำระคืนเมื่อกลับมาผ่อนอีกครั้ง ทั้งนี้ วิธีการนี้ค่อนข้างทำได้ลำบากและมีเรื่องกฎหมายที่ต้องดูให้ดี เพื่อที่ให้ทั้งเราและเจ้าหนี้ไม่มีใครเสียประโยชน์
  • รีไฟแนนซ์ วิธีการนี้เหมาะสำหรับสินเชื่อบ้าน โดยการรีไฟแนนซ์หมายถึงการเปลี่ยนธนาคารในการผ่อนชำระช่วยให้ดอกเบี้ยลดลง อีกทั้งสามารถขอเพิ่มวงเงินในการกู้ได้อีกด้วย(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน) และสามารถนำเงินส่วนที่เพิ่มนี้มาช่วยในการชำระหนี้ระยะที่สั้นได้เร็วขึ้น 
การจะปลดหนี้ได้สำเร็จต้องอาศัยความเพียรและวินัยอย่างยิ่ง วิธีปลดหนี้ต่างๆ ที่รวบรวมในบทความนี้ เป็นเพียงวิธีที่จะช่วยให้สามารถจัดการกับหนี้สินให้มีประสิทธิภาพและง่ายขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญไปมากกว่านั้น คือการวางแผนการเงินให้ดีตั้งแต่แรกรวมถึงการสร้างนิสัยที่จะป้องกันการเป็นหนี้ซ้ำซ้อน
 
“กันไว้ดีกว่าแก้” สำนวนนี้ยังศักดิ์สิทธิ์เสมอ ทางที่ดีเราควรสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ดีก่อน ศึกษาทำความเข้าใจเรื่องเงิน หรือหาที่ปรึกษาทางการเงิน เฉพาะทางเพื่อร่วมกันวางแผนการเงินให้มีสุขภาพการเงินที่แข็งแรงและปลอดหนี้
 
ติดต่อวางแผนการออมและการลงทุน

วางแผนให้จบ ครบทุกเรื่องการเงิน
  • วางแผนลงทุน
  • วางแผนภาษี
  • วางแผนเกษียณ
  • วางแผนชีวิต