ไปหน้า Krungsri.com
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา
กดนัด
กดนัด

เคล็ดลับ ‘ให้เงินทำงาน’ เส้นทางสู่อิสรภาพทางการเงิน

0 Share
0
เคล็ดลับ ‘ให้เงินทำงาน’ เส้นทางสู่อิสรภาพทางการเงิน

ให้เงินทำงานคืออะไร..? ทำไมต้อง ‘ให้เงินทำงาน’ เงินทำงานได้แค่ไหน มากเท่าไหร่ แล้วเราต้องทำอย่างไรมันถึงแสดงประสิทธิภาพอย่างเต็มที่

การให้เงินทำงาน คือการจัดการเงินที่มีอยู่ให้เหมาะสมเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าของเงินนั้นโดยนำไปลงทุนในที่ต่างๆและนี่ คือวิธีการ “ให้เงินทำงาน” เพื่ออิสรภาพทางการเงิน
  1. ทำความเข้าใจวิธีการจัดการเงิน
  2. เข้าใจความสามารถในการรับความเสี่ยงจากการลงทุน
  3. จัดการ“ให้เงินทำงาน”
  4. ติดตามผลการลงทุนเป็นประจำ
ทำให้ดี ทำให้ได้ ทำยังไง เรามาเรียนรู้เคล็ดลับต่างๆไปด้วยกันเลย

1. ทำความเข้าใจ ‘วิธีการจัดการเงิน’

การจัดการเงิน คือ การจัดสัดส่วนเงินที่ได้มาให้เหมาะสมโดย
  1. การกันเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันโดยจัดเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป
  2. แบ่งเงินไว้สำรองใช้ยามฉุกเฉิน ปกติควรสำรองไว้ 3-6 เดือนซึ่งเงินในส่วนนี้ควรนำไปฝากในบัญชีที่สามารถถอนได้รวดเร็วเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้และเป็นบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าออมทรัพย์ปกติ เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์มีแต่ได้ หรือ กองทุนรวมตราสารหนี้
  3. เงินออม หรือ เงินลงทุน คือเงินที่แบ่งจาก 2 ข้อข้างต้น มาลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นในผลิตภัณฑ์ต่างๆ
หลายครั้งหลายหนที่เราพบว่ามีการลงเงินไปตามคำบอกเล่าของคนอื่นๆ ด้วยคำพูดว่า มันกำไร คุ้มค่าแน่ๆ โดยไม่ได้ใส่ใจว่าเงินที่ลงทุนไปนั้นสามารถสร้างกำไร ขาดทุน อย่างไร และสิ่งที่ตามมากลับกลายเป็นผลร้ายเงินที่ลงไปไม่ได้งอกเงยตามใจเราหวังไว้

2. เข้าใจความสามารถในการรับความเสี่ยงจากการลงทุน

เมื่อเหลือเงินพร้อมที่จะเริ่มออมและลงทุนต่อมาคือ “ศึกษาความเสี่ยงของตัวเอง” เพราะทุกการลงทุนจะมีความเสี่ยงควบคู่กันมาเสมอ เสี่ยงที่จะได้รับ - ไม่ได้รับผลตอบแทนนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะเล่นหุ้นแล้วได้กำไร ไม่ใช่กองทุนจะสร้างผลตอบแทนให้ทุกวัน สิ่งที่เราต้องคิดก่อนที่จะลงทุนคือ “เรารับการขาดทุนได้มากขนาดไหน” และการขาดทุนในครั้งนั้นส่งผลกระทบอย่างไร
 
ดังนั้นก่อนคิดว่าได้กำไรแล้วจะเอาเงินมาทำอะไร ควรเปลี่ยนเป็นหากลงทุนไปแล้วขาดทุนเราจะรับความเสี่ยงนี้ได้หรือไม่
จะดูเป็นประโยชน์มากกว่า

ถ้าในปัจจุบันคุณยังไม่ทราบว่าคุณรับความเสี่ยงได้แค่ไหน สามารถตรวจสอบได้ด้านล่าง
 
ตรวจสอบระดับความเสี่ยง ด้วยตัวเอง

เมื่อคุณตรวจสอบแล้ว รู้แล้วว่าการลงทุนนั้นเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ก็สามารถลงทุนให้เงินทำงานต่อได้อย่างสบายใจแล้ว

3. จัดการ “ให้เงินทำงาน”

เมื่อทราบความเสี่ยงของตนเองแล้วต่อมาคือการให้เงินทำงานหรือ การนำเงินไปลงทุนนั่นเอง การให้เงินทำงานแบ่งออกเป็นหลายประเภทและส่วนมากจะแบ่งตามความเสี่ยง ใครๆก็อยากได้ผลตอบแทนที่สูงๆในความเสี่ยงที่ต่ำๆกันทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงมักจะตรงกันข้ามเสมอ
 
มีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เงินทำงานหลายประเภทโดยแบ่งแยกตามความเสี่ยงดังนี้

3.1 เงินฝาก

เงินฝากคือการลงทุนที่ไม่ว่าใครก็รู้จัก เป็นการลงทุนที่มีความเสียงต่ำมากยังไงเงินต้นที่ฝากก็ไม่สูญหาย แม้แต่เด็กเล็กๆ
ที่เริ่มรู้จักการออมเงินบางคนก็มีการฝากเงินเข้าบัญชีเมื่อเงินเต็มกระปุกตัวเอง
 
แน่นอนว่าความเสี่ยงที่ต่ำนั้นแลกมาด้วยอัตราผลตอบแทนของเงินฝากในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำหากเทียบกับการลงทุนอื่นๆ
แต่ถือว่าน่าสนใจสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเก็บเงินจริงๆจังๆ หรือคนที่ต้องการฝึกวินัยทางการเงินของตัวเอง
 
หากอยากสร้างวินัยการออมและลงทุนให้กับตัวเอง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีเงินฝากประจำ หรือ เงินฝากประจำปลอดภาษี ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าควบคู่ไปกับการฝึกวินัยทางการเงินอย่างแน่นอน

3.2 พันธบัตรรัฐบาล

พันธบัตรรัฐบาลคือตราสารหนี้ที่ออกโดยกระทรวงการคลังเพื่อให้รัฐกู้เงินจากประชาชนไปใช้ประโยชน์ในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดการไถ่ถอนรวมไปถึงดอกเบี้ยที่แตกต่างออกไป
 
การให้เงินทำงานในพันธบัตรรัฐบาลมีความแตกต่างจากประเภทอื่นคือ มีมั่นคงและความเสี่ยงน้อยทำให้เราวางใจได้
ระดับหนึ่งว่าสามารถสร้างเงินให้งอกเงยมาได้ไม่ยาก

3.3 หุ้นกู้

หุ้นกู้ แท้จริงแล้วคือตราสารหนี้ระยะยาวที่บริษัทต่างๆออกมาเพื่อระดมทุนจากผู้ลงทุนหรือพูดง่ายๆคือ ขอกู้เงินจากผู้ลงทุนแล้วนำไปใช้เพิ่มสภาพคล่อง หรือขยายกิจการของตัวเอง ทำให้ผู้ลงทุนในหุ้นกู้จึงมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทนั้นๆโดย
ผลตอบแทนของหุ้นกู้จะมาเป็นรูปแบบดอกเบี้ย คล้ายกับการให้กู้เงินตามปกติ ซึ่งตัวดอกเบี้ยจะมีทั้งแบบตายตัว และแบบขั้นบันได
 
หุ้นกู้จะมีอายุของตัวเองเสมอ ตั้งแต่ 3 ปี ไปจนถึง 10 ปีเลยทีเดียว จึงจะสามารถไถ่ถอนหรือได้รับเงินต้นคืน แต่ก็มีหุ้นกู้
บางตัวที่ระบุว่าสามารถไถ่ถอนก่อนกำหนดได้ และได้รับดอกเบี้ยไปตามปีที่ถือ ดังนั้นก่อนลงทุนหุ้นกู้ควรดูเอกสารให้ละเอียดว่าแต่ละประเภทมีเงื่อนไขอย่างไร
 
ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูล หรือซื้อหุ้นกู้ได้จากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ

3.4 กองทุนรวม

หากให้อธิบายง่ายๆสำหรับกองทุนรวม คือการที่บริษัทจัดการกองทุนรวมซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการลงทุน ระดมเงินลงทุนจากนักลงทุนหลายรายให้เป็นเงินก้อนใหญ่แล้วนำเงินนั้นไปลงทุนตามนโยบายการลงทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน เมื่อได้รับผลตอบแทนก็จะนำมากระจายจ่ายให้ผู้ลงทุนตามสัดส่วน
 
ซึ่งในปัจจุบันการลงทุนในกองทุนรวมใช้เงินไม่มาก เพียง 500 บาทก็สามารถเริ่มลงทุนได้ เช่น ลงทุนใน กองทุนกรุงศรีชีวิตดี๊ดี และ กองทุนกรุงศรีชีวิตดีเว่อร์

3.5 หุ้น

ถ้าพูดกันแบบบ้านๆที่สุดการซื้อหุ้นคือการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกิจการนั้นๆนั่นแหละ โดยจะมีค่าตอบแทนเป็นเงินปันผลตามกำไรของบริษัท มูลค่าของหุ้นจะขึ้นลงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของบริษัท สภาพเศรษฐกิจ รวมไปถึงปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าจริงของบริษัทนั้นๆว่าสามารถทำกำไรได้มากน้อยขนาดไหน
 
หากคิดลงทุนด้วยหุ้นอย่างจริงจัง ขอแนะนำว่าให้ศึกษาจากหนังสือหรือเว็บไซต์ต่างๆที่เกี่ยวข้องเมื่อรู้จักศัพท์พื้นฐานของหุ้น ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ หลังจากนั้นก็เปิดพอร์ต เลือกโบรกเกอร์ของตัวเอง และดำเนินการซื้อขายควบคู่ไปกับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

หุ้นนับเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมากระดับหนึ่งโดยเฉพาะในปัจจุบันที่ตลาดมีความผันผวน ดังนั้นผู้ที่จะลงทุนในหุ้นควรศึกษาหุ้นแต่ละตัวรวมถึงความเป็นไปได้ในทิศทางต่างๆให้ดีก่อนจะทำการซื้อขายจะดีกว่า

3.6 อสังหาริมทรัพย์

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโด เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ คนยิ่งเยอะขึ้นและมีความต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้นราคาที่ดินก็สูงขึ้นทุกปี อีกทั้งเราสามารถเลือกได้ว่าจะนำมาสร้างรายได้จากการลงทุนในรูปแบบไหน ทั้งจากการปล่อยเช่า หรือซื้อมาปล่อยขายทำกำไร
 
แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจพื้นฐานของอสังหารวมถึงคาดการณ์ความเป็นไปของพื้นที่ต่างๆรวมถึงมีการติดตามข่าวสารสถานการณ์เศรษฐกิจ บ้านเมือง หากมีการเตรียมพร้อมมาอย่างดีก็สามารถให้เงินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

4. ติดตามผลและปรับแผนการลงทุนเป็นประจำ

เมื่อตัดสินใจที่จะลงทุนแล้ว หากปล่อยปละละเลยใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเราควรติดตามเช็คข่าวอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี หากซื้อหุ้นก็ควรติดตามความเป็นไปทางเศรษฐกิจ หากลงทุนในอสังหาก็ควรติดตามข่าววงการอสังหามีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางไหน ถ้าลงทุนในกองทุนรวม ก็ควรมีการสอบถามและเช็คพอร์ตกองทุนเป็นระยะๆเพื่อสามารถปรับปรุงการลงทุนทำให้แผนการลงทุนบรรลุเป้าหมาย
 
หลังจากทำความเข้าใจการเงิน ลงทุนให้ถูกที่ในความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ มีการติดตามการเงินและตรวจสุขภาพทางการเงินเป็นประจำ รับรองว่าท้ายสุดแล้ว คุณจะปลดแอกและได้รับอิสรภาพทางการเงินอย่างแน่นอน!
 
เช็คสุขภาพการเงินของคุณ

วางแผนให้จบ ครบทุกเรื่องการเงิน
  • วางแผนลงทุน
  • วางแผนภาษี
  • วางแผนเกษียณ
  • วางแผนชีวิต