ไปหน้า Krungsri.com
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา
กดนัด
กดนัด

7 วิธีการวางแผนการเงินส่วนบุคคล

0 Share
0
7 วิธีการวางแผนการเงินส่วนบุคคล

แม้การวางแผนการเงินจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะชอบวางแผนไว้ล่วงหน้า เนื่องจากมีปัจจัยต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาทำให้ไม่สามารถเก็บเงินได้อย่างใจหวัง

แต่อย่าเพิ่งถอดใจกันไป เพราะว่าคุณสามารถเริ่มต้นวางแผนใหม่ให้รัดกุมและรอบคอบกว่าเดิมได้ ซึ่งในบทความนี้จะมาสรุป 7 วิธีการวางแผนการเงินส่วนบุคคลในแบบเข้าใจง่าย แถมยังเป็นวิธีการที่ทุกคนทำตามได้อย่างแน่นอน ซึ่งก็คือ
  1. วางแผนรายจ่าย
  2. วางแผนรายได้
  3. ตั้งเป้าหมาย
  4. วางแผนเงินออม
  5. ไปให้ถึงด้วยเครื่องมือทางการเงิน
  6. ทำตามแผนที่วางไว้
  7. ทบทวนแผนปีละครั้ง
แต่ละวิธีจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างตามไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าครับ
 

วิธีที่ 1 วางแผนรายจ่าย

การวางแผนรายจ่าย ถือเป็นหนึ่งในวิธีการที่ทำให้คุณได้ทบทวนสุขภาพทางการเงินของตัวเองว่า กำลังใช้จ่ายเกินตัวอยู่หรือเปล่า และจะปรับแผนการใช้จ่ายอย่างไรให้เหลือเงินไว้สำหรับการออมมากยิ่งขึ้น

ซึ่งก่อนที่จะวางแผน คุณควรที่จะจำแนกประเภทรายจ่ายให้ได้ก่อนในแต่ละเดือนคุณหมดเงินไปกับเรื่องอะไรบ้าง โดยในที่นี้จะขอแบ่งรูปแบบค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้
  1. รายจ่ายที่จำเป็น ขาดไม่ได้เพราะสำคัญต่อชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหารเพื่อประทังชีวิต, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น
  2. รายจ่ายที่ไม่จำเป็น สามารถตัดออกได้ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต หรือรายจ่ายฟุ่มเฟือย เช่น ค่าบุฟเฟต์, ค่าดูหนัง, ค่าบริการรายเดือนที่ไม่จำเป็น อย่างการสมัครสมาชิกรายเดือนใน Application ต่างๆ เป็นต้น
แน่นอนว่าความจำเป็นในการใช้จ่ายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป และอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่า “จำเป็น” และ “ไม่จำเป็น” เราจึงขอแนะนำให้คุณลองสร้าง “พีระมิดการใช้จ่าย” ของตัวเองดูว่า สิ่งใดจำเป็นมาก หรือจำเป็นน้อย ตามรูปด้านล่าง
พีระมิดการใช้จ่าย

จะเห็นได้ว่า ฐานของพีระมิดคือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและต้องถูกเติมเต็มจนแน่นเสียก่อนจึงจะตอบโจทย์กับปัจจัยพื้นฐานของการใช้ชีวิต ส่วนพีระมิดในขั้นต่อๆ ไปจะเป็นส่วนของค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มีความจำเป็นรองลงมาจนสุดท้ายเป็นรายจ่ายเพื่อความสุขและความบันเทิงส่วนตัว

หลังจากนั้นให้นำค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมาจัดแบ่งประเภทตามรูปแบบของพีระมิดที่กำหนดไว้ แล้วพิจารณาว่า รายจ่ายที่ไม่จำเป็นของคุณในแต่ละเดือนมีสัดส่วนเป็นเท่าไหร่ และคุณจะลดรายจ่ายนั้นลงได้มาก-น้อยแค่ไหน ด้วยการวางแผนรายจ่ายล่วงหน้า เช่น

น้องเอวางแผนใช้เงินไม่เกิน10,000บาทต่อเดือน
โดยวิธีการนี้จะช่วยเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ให้คุณสามารถจัดสรรให้เหลือเงินไว้สำหรับการออมเพิ่มเติมอีกด้วย


วิธีที่ 2 วางแผนรายได้

หลังจากวางแผนในเรื่องรายจ่ายไปแล้ว คราวนี้ถึงเวลาวางแผนรายได้ให้ครอบคลุมแผนรายจ่ายที่คุณวางไว้ ซึ่งถ้าวิเคราะห์แล้วว่า รายจ่ายนั้นมีสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ ก็ควรที่จะเริ่มต้นวางแผนและบริหารรายได้ของตนเองให้พอใช้ไปตลอดทั้งเดือน

โดยลองเริ่มต้นจากการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง หรือจะหาช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้มีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเสริม, การหาช่องทางที่เป็นรายได้ประจำจากการนำเงินไปลงทุน ซึ่งก็ต้องชั่งน้ำหนักกันดูให้ดีว่า ระหว่างการรัดเข็มขัดด้านการใช้จ่ายกับการหาวิธีเพิ่มรายได้เพิ่มเติม วิธีการไหนจะช่วยให้สภาพการเงินคล่องตัวได้มากกว่ากัน
 

วิธีที่ 3 ตั้งเป้าหมาย

วางแผนรายได้
หากคุณสามารถวางแผนรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือนให้เกิดความสมดุลได้แล้ว ก็ถึงเวลาของการตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต เช่น ออมเงินเผื่อฉุกเฉิน 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย, วางแผนออมเงินเพื่อซื้อบ้าน, วางแผนออมเงินสำหรับการเกษียณ, วางแผนออมเงินเพื่อทำธุรกิจ ฯลฯ โดยการใช้หลักการ SMART ในการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนและเป็นจริงได้มากยิ่งขึ้น
 

วิธีที่ 4 วางแผนเงินออม

เมื่อมีเป้าหมายชีวิตที่ดีและชัดเจนแล้ว คราวนี้... ก็ถึงเวลาลงมือวางแผนเงินออมให้สอดรับกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

7 วิธี วางแผนเงินออม
  • ออมทีละน้อยค่อยๆ ออม : ไม่ต้องรอเงินจำนวนมากแล้วออมทีเดียว มีน้อยออมน้อย ออมไปเรื่อยจะเป็นเงินก้อนโต
  • ออมเงินจากเงินเหลือ : เป็นวิธีการเก็บเงินจากเศษเงินที่เหลือคงค้างในบัญชีหรือออมเงินในส่วนที่เหลือจากเงินค่าใช้จ่ายรายวัน เพื่อสะสมเงินจำนวนเล็กน้อยนี้ให้กลายเป็นก้อนและนำไปต่อยอดในด้านอื่นๆ ได้
  • ออมให้เท่ากับที่ใช้ : เป็นวิธีการออมโดยยึดหลักจากค่าใช้จ่ายที่เราเผลอใช้ไปกับเรื่องฟุ่มเฟือยต่างๆ เช่น กินบุฟเฟต์ 500 บาท ในเดือนนี้ต้องออมเพิ่มอีก 500 บาท เป็นต้น
  • ออมเงินแบบ Money Snowball : เป็นเริ่มออมให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างเงินก้อนโตจากระยะการออม
  • ออมเงินด้วยการแบ่งตามวัตถุประสงค์ เป็นการแบ่งเงินเป็นก้อนๆ และเก็บไปตามเป้าหมาย เช่น เก็บไว้เป็นเงินฉุกเฉิน, เก็บไว้เป็นเงินซื้อบ้าน, เก็บไว้สำหรับลงทุน เป็นต้น
  • ออมเงินด้วยการแบ่งเป็นสัดส่วน : เป็นการวางแผนการออมเงินโดยหักเปอร์เซ็นการออมออกมาให้ชัดเจน เพื่อกำหนดสัดส่วนการใช้จ่ายและการออมให้สอดคล้องกันไปในทุกๆ เดือน
  • กำหนดตารางการออมด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน : เป็นวิธีการสร้างวินัยด้านการเก็บเงินในเบื้องต้นสำหรับคนหัดออมด้วยการเก็บเงินในจำนวนที่เท่าๆ กันทุกสัปดาห์ ทุกเดือน
 

วิธีที่ 5 ไปให้ถึงด้วยเครื่องมือทางการเงิน

แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่า เป้าหมายที่คุณตั้งไว้จะสามารถบรรลุจุดประสงค์ได้จริงหรือไม่ และวิธีการออมที่เลือกมาจะสอดคล้องกับแผนที่วางไว้มากน้อยแค่ไหน

ง่ายๆ เลยครับ เพียงแค่คุณทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับ ‘เครื่องมือทางการเงิน’ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทต่างๆ ว่า ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทคืออะไร และเหมาะสมกับเป้าหมายการเงินที่คุณวางไว้มาก-น้อยแค่ไหน เช่น
  • บัญชีเงินฝาก
เป็นเครื่องมือทางการเงินประเภทแรกที่ทุกคนรู้จักกันดี และมีอยู่หลากหลายประเภทด้วยกัน เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์, บัญชีเงินฝากประจำ, บัญชีฝากประจำปลอดภาษี, ฯลฯ ซึ่งก็เป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับคนหัดออมเงินในเบื้องต้น
  • ตราสารหนี้
หากคุณเป็นคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้น้อยแต่อยากได้ผลตอบแทนแบบสม่ำเสมอ ‘ตราสารหนี้’ ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ใช่ เพราะหากคุณนำเงินมาลงทุนในตราสารหนี้ คุณจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย และได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดอายุอีกด้วย ตัวอย่างตราสารหนี้ที่พบเห็นทั่วไป เช่น ตั๋วเงินคลัง, พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้เอกชน ฯลฯ
  • กองทุนรวม
เครื่องมือทางการเงินประเภทนี้เหมาะสำหรับคนประสบการณ์ด้านการลงทุนน้อย มีเงินทุนไม่มาก และต้องการให้ผู้มากประสบการณ์ช่วยจัดการลงทุนแทน เพื่อให้ได้กำไรที่งอกเงย ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทนี้ เช่น กองทุนรวมผสม, กองทุนรวมตลาดเงิน, กองทุนรวมตราสารหนี้ ฯลฯ
  • หุ้น
ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงด้านการลงทุนที่สูงด้วยเช่นกัน โดยผลตอบแทนที่ได้จะขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของกิจการนั้นๆ ทำให้คนที่อยากจะเก็บออมเงินในหุ้นต้องศึกษาวิธีการซื้อ-ขายอย่างจริงจัง แต่ถ้าเชี่ยวชาญแล้วก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ จึงเหมาะสำหรับคนตั้งเป้าหมายทางการเงินไว้สูงและยอมรับความเสี่ยงได้ดี
 
แต่ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่า เครื่องมือทางการเงินประเภทไหนเหมาะกับแผนที่คุณวางไว้ และต้องการจะตรวจสอบให้ถี่ถ้วน แนะนำให้ใช้ เครื่องมือวางแผนการเงินผ่านทางเว็บไซต์ของธนาคารที่น่าเชื่อถือ
ซึ่งเครื่องมือนี้จะช่วยคำนวณให้ได้ว่า เราควรจะลงทุนในทรัพย์สินประเภทใด ใช้ระยะเวลานานแค่ไหน ด้วยจำนวนเงินเท่าไหร่ ถึงจะบรรลุแผนการออมเงินที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้ในระยะเวลาที่กำหนดได้ในทันที
 

วิธีที่ 6 ทำตามแผนที่วางไว้

สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า 'หนทางหมื่นลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรก' ดังนั้น หากก้าวแรกของการเก็บเงินเริ่มดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้ย่อมนำไปสู่ความสำเร็จและความมั่งคั่งได้ ขอเพียงแค่เราไม่ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ หรือหาข้ออ้างในการที่จะเริ่มต้นวางแผนทางการเงินแบบจริงจัง

รวมถึงพยายามสร้าง ‘วินัย’ ที่ดีสำหรับการออมให้กับตัวเอง ด้วยการรู้จักอดออมก่อนนำออกมาใช้ หากวางแผนรายจ่ายไว้แค่ไหนก็ควรจะใช้แค่เท่านั้น ซึ่งการสร้างวินัยรูปแบบนี้จะต้องเริ่มเก็บเงินในจำนวนน้อยๆ ก่อนแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสร้างกำลังใจและเรียนรู้ที่จะอดทนทำตามแผนการเงินที่วางเอาไว้จนกว่าจะเคยชินและลงมือทำไปเองแบบอัตโนมัติ
 

วิธีที่ 7 ทบทวนแผนปีละครั้ง

สำหรับใครที่เริ่มต้นออมเงินผ่านการลงทุนซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์การออมเงินต่างๆ มาได้สักปี ควรจะเริ่มต้นทบทวนพอร์ตการลงทุนที่วางแผนไว้ทั้งหมด เพื่อที่สังเกตและปรับเปลี่ยนการลงทุนตามสถานการณ์ปัจจุบัน หรือที่เรียกกันว่า ‘การ Rebalancing’

ซึ่งการ Rebalancing จะเป็นการปรับพอร์ตการลงทุนของคุณให้กลับมาอยู่ในสัดส่วนที่วางแผนการเงินไว้ในครั้งแรก เพื่อป้องกันไม่ให้พอร์ตที่ลงทุนนั้นอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงมากหรือน้อยจนเกินไป ทำให้การลงทุนยังอยู่ในจุดที่ควบคุมทั้งเงินต้นและกำไรไว้ได้นั่นเอง

จะบรรลุเป้าหมายได้
สรุป
เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 7 วิธีวางแผนการเงินส่วนบุคคลที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เป็นวิธีที่ช่วยทำให้คุณออมเงินได้ตามเป้าหมายที่วางไว้เลยใช่ไหมครับ?

แต่ถ้าคุณอยากจะให้การวางแผนทางการเงินของคุณทำงานได้ดีขึ้นก็อย่าลืมหาที่ปรึกษาทางการเงินดีๆ อย่างที่ธนาคารกรุงศรีก็มีเจ้าหน้าที่กรุงศรี Plan Your Money คอยให้คำปรึกษาและช่วยออกแบบแผนการการเก็บออมเงินให้เป็นไปตามเป้าหมายที่คุณวางไว้ได้ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 1572 กด 5 ภายใน จันทร์ -ศุกร์ เวลา 9.00 – 17.00 น. หรือติดต่อผ่านทางเว็บไซต์ Plan Your Money กรอกชื่อ เบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่เพื่อติดต่อกลับครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง :

วางแผนให้จบ ครบทุกเรื่องการเงิน
  • วางแผนลงทุน
  • วางแผนภาษี
  • วางแผนเกษียณ
  • วางแผนชีวิต