ไปหน้า Krungsri.com
ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา
กดนัด
กดนัด

5 เคล็ดลับทำให้เงินงอกเงยในระยะยาว

0 Share
0
5 เคล็ดลับทำให้เงินงอกเงยในระยะยาว

เงินก็เปรียบเสมือนกับต้นไม้ต้นหนึ่ง หากต้องการให้เงินงอกเงยก็ต้องลงทุน และถ้าอยากให้เงินงอกเพิ่มขึ้นในระยะยาวก็ต้องคัดสรร ใส่ใจ ไม่ต่างกับการปลูกไม้ใหญ่ แน่นอนว่าการลงทุนให้เงินงอกเงยย่อมมีเคล็ดลับแฝงอยู่ภายใน ซึ่งก็มีดังนี้

  1. ตั้งเป้าหมายการลงทุน ทำอย่างไรให้ถึงเป้า
  2. ลงทุนแบบเน้นคุณค่า (VI)
  3. เปรียบเทียบการลงทุนต่อและการปันผล
  4. ต่อยอดการลงทุนในปัจจุบัน
  5. พิจารณาระดับ Passive Income

ถ้าพร้อมแล้ว มาศึกษาเคล็ดลับให้เงินงอกเงยไปด้วยกันเลยครับ
 

เคล็ดลับที่ 1 ตั้งเป้าหมายการลงทุน ทำอย่างไรให้ถึงเป้า

สิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรกหากต้องการให้เงินงอกเงยคือการตั้งเป้าหมายการลงทุน แน่นอนว่าเราสามารถเก็บเงินไปเรื่อยๆ ได้ตามใจต้องการ แต่การมีเป้าหมายจะทำให้มีแรงจูงใจมากกว่า รวมถึงสามารถวางแผนการเงินได้ง่ายกว่าด้วย

ลองตั้งเป้าการวางแผนลงทุนให้เงินงอกเงยเป็นจำนวน 1,000,000 บาท ในเวลา 10 ปี คิดว่าต้องลงทุนเดือนละเท่าไหร่ ทำอย่างไรจะถึงเป้าหมาย เช่น
  • ปรับเปลี่ยนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่มากขึ้น จากเดิมลงทุนตราสารหนี้ อาจปรับสัดส่วนเป็นลงทุนในกองทุนหุ้นหรือในหุ้น เพื่อให้เห็นเม็ดเงินเติบโต
  • เพิ่มเงินลงทุนในแต่ละเดือนตามการเติบโต ถ้าอยากให้เงินงอกเงยเห็นผลในระยะเวลาจำกัด ก็ควรปรับสัดส่วนการลงทุนให้เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของตัวคุณ ทั้งในแง่เงินได้จากการทำงาน โบนัส ไปจนถึงเงินปันผลจากการลงทุน
  • ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนแบบอื่น ในการลงทุนไม่ได้มีแต่เพียง หุ้นกู้ หุ้น หรือกองทุนแบบพื้นๆ เท่านั้น ยังมีสินทรัพย์อื่นๆ ให้ลงทุนอีกมากมายตามความชอบของแต่ละท่าน แต่ความเสี่ยงก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เช่น ฟิกเกอร์โมเดล กระเป๋าแบรนด์เนม ไวน์ชั้นดี เป็นต้น การลงทุนลักษณะนี้เราจะเรียกว่า Alternative Investment หรือการลงทุนทางเลือก


เคล็ดลับที่ 2 ลงทุนเน้นคุณค่าให้เงินงอกเงยระยะยาว

สำหรับการลงทุนระยะยาวแล้ว Value Investor (VI) หรือการลงทุนเน้นคุณค่านั้น ถือเป็นสไตล์การลงทุนที่น่าสนใจมาก นักลงทุนแบบ VI จะเน้นลงทุนระยะเวลาตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดยมองปัจจัยพื้นฐานของหุ้นตัวนั้นๆ เป็นหลัก

สาเหตุที่การลงทุนแบบ VI น่าสนใจสำหรับระยะยาวเพราะเป็นการมอง “โอกาสการเติบโต” โดยอ้างอิงจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) มูลค่าปัจจุบัน การจ่ายเงินปันผล ไปจนถึงความสามารถในการต่อสู้ในตลาด

การลงทุนแบบ VI ก็ต้องระมัดระวัง เรื่องของการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินอย่าง P/E ratio ที่อาจจะหลอกตาเราได้ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิคมากๆ คือค่า P/E ต่ำแต่ทำไมหุ้นไม่ขึ้นซักที ซึ่งอาจจะเกิดจากปีนั้นบริษัทอาจมีการบันทึกกำไรพิเศษ หรืออัตราเงินปันผลที่สูง

ประเด็นสำคัญคือหลายคนเข้าใจว่าการลงทุนระยะสั้น ขายไม่ได้เลยถือเก็บไว้คือ VI แต่แท้จริงแล้วมันผิดกันไกลเลยนะครับ เพราะ VI ต้องเน้นหุ้นที่มั่นคง มีโอกาสเติบโต ไม่ใช่ถือไว้เพราะขายแล้วจะขาดทุน แต่เป็นหุ้นที่ยิ่งถือยิ่งมีมูลค่าในตัวเอง และส่งผลดีต่อพอร์ตการลงทุนระยะยาว ดังนั้นการลงทุนแบบ VI นี่ล่ะครับที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการทำให้เงินงอกเงยตามเป้าหมาย
 

เคล็ดลับที่ 3 เปรียบเทียบเงินกองทุนรวมจ่ายเงินปันผล VS ไม่จ่ายเงินปันผล

หลายคนมองว่าการลงทุนแล้วรอเก็บเกี่ยวเงินปันผลนั้นคุ้มค่า แต่จริงๆ แล้วก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป การลงทุนแบบไม่ปันผลก็สามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาลได้เช่นกัน ซึ่งในบางครั้งการลงทุนแบบไม่ปันผลอาจสร้างเงินได้มากกว่าด้วยซ้ำ เราสามารถเปรียบเทียบจุดเด่นของการลงทุนทั้งสองแบบได้ตามตารางนี้

ข้อดี ข้อเสียของกองทุนจ่ายปันผล และไม่จ่ายปันผลข้อเสียของกองทุนจ่ายปันผล และไม่จ่ายปันผล
แล้วเราจะเลือกกองทุนที่จ่ายปันผลหรือไม่จ่ายดีล่ะ?? หลังจากที่เราทราบข้อดีข้อเสียของกองทุนที่จ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายเงินปันผลแล้ว ก็ต้องลองถามตัวเองว่าชอบแบบไหนครับ

ถ้าต้องการมีรายได้ระหว่างการลงทุน เลือก “กองทุนรวมที่จ่ายเงินปันผล”

ไม่ต้องการใช้เงินระหว่างทางให้กองทุนโตไปเรื่อยๆ เลือก “กองทุนรวมที่ไม่จ่ายเงินปันผล”
 

เคล็ดลับที่ 4 ต่อยอดด้วยกองทุนรูปแบบอื่น

ไม่ว่าจะลงทุนรูปแบบไหนมาก่อน สำหรับการลงทุนระยะยาวแล้วการลงทุนในกองทุนนับว่ามีความน่าสนใจมากที่สุด เนื่องจากมีความหลากหลายในการลงทุน สามารถเลือกได้ตามที่ต้องการ รวมถึงมีมืออาชีพคอยดูแลเงินลงทุน ทำให้ลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้มาก

โดยเฉพาะการลงทุนในรูปแบบกองทุน LTF^ และ RMF ที่ทำให้ได้ประโยชน์ถึง 3 ต่อด้วยกัน คือ
  1. ได้เงินงอกเงยตามการลงทุน ชนะอัตราเงินเฟ้อ
  2. สามารถนำเงินลงทุนมาลดหย่อนภาษีได้
  3. ใช้เป็นเงินเก็บยามเกษียณได้เป็นอย่างดี
การต่อยอดที่มีคุณภาพจะนำมาซึ่งผลกำไรที่งดงามในอนาคตครับ
หมายเหตุ:กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) สามารถลงทุนเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีสิ้นสุดในปี 2562 เท่านั้น ตั้งแต่ปี 2563-2567
สามารถลงทุนในกองทุนการออมแห่งชาติ (SSF) ลดหย่อนภาษีได้ เงื่อนไขลดหย่อนภาษีตามกรมสรรพากรกำหนด
 

เคล็ดลับที่ 5 คำนวณการลงทุนเพื่อ Passive Income

อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ขาดไม่ได้หลังจากการตั้งเป้าหมายแล้ว คือการลงทุนเพื่อสร้าง Passive Income ซึ่งเป็นการให้เงินทำงานอย่างแท้จริง

Passive Income เป็นรายได้อีกรูปแบบหนึ่งที่ใครหลายๆ คนอยากได้ รายได้นี้เป็นสิ่งที่ให้เงินแทนเราอย่าแท้จริง แบบนั่งอยู่เฉยๆ ก็มีเงินเข้ามาในกระเป๋า แต่ก็ต้องใช้เวลาในการสร้างเหมือนกันนะครับ

แล้ว Passive Income มาจากไหนได้บ้าง ?? การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ได้รับผลตอบแทนเป็นค่าเช่าลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวม ผลตอบแทนเป็นเงินปันผล ค่าลิขสิทธิ์ทางปัญญา หรือสินทรัพย์อื่นๆ
 
ทว่า Passive Income ที่มีคุณภาพ ต้องมาพร้อมกับ Active Income ที่มีคุณภาพเช่นกัน เพราะไม่มีทางเลยที่เราจะลงทุนน้อยและหวังผลตอบแทนมากในระยะเวลาอันสั้น ยิ่งเงินก้อนใหญ่ยิ่งสร้างแหล่งเงินได้ที่มีคุณภาพได้มากขึ้นเท่านั้น

ก่อนจะหวังผลไกลลองมาคำนวณกันหน่อยครับว่าหากอยากได้ Passive Income เพื่ออนาคตจะต้องลงทุนเท่าไหร่บ้าง ซึ่งอัตรา Passive Income สามารถคำนวณแบบง่ายๆ จากสูตรนี้

เงินลงทุน = (Passive Income ต่อเดือน x 12)/ ผลตอบแทนที่เป็นไปได้

อัตราเงินได้แบบ Passive Income
อัตราเงินได้แบบ Passive Income
จากตารางด้านบนจะเห็นได้ชัดเลยว่าถ้าอยากมี Passive Income แบบจริงจัง นอกจากจะต้องมีเงินลงทุนระดับหนึ่งแล้ว ต้องเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างสมดุล ซึ่งเราสามารถทดแทนปริมาณเงินได้ด้วยระยะเวลาการลงทุน เช่น เริ่มลงทุน 60,000 บาทในระยะเวลา 20 ปี เงินต้นก็พอกพูนขึ้นได้เป็น 1,200,000 บาทไม่ต่างกัน
5 เคล็ดลับทำให้เงินงอกเงยในระยะยาว

สรุป

ทั้ง 5 เคล็ดลับเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการลงทุนเท่านั้น สิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้คือควรตรวจสอบความเสี่ยง ลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเองอย่าลืมที่จะทบทวนแผนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำให้เงินงอกเงยออกมาได้อย่างเต็มที่ เงินหมื่นก็อาจจะเปลี่ยนเป็นเงินล้านได้ไม่ยากครับ

สำหรับคนที่ต้องการวางแผนลงทุนระยะยาวแต่ยังไม่แน่ใจในรูปแบบการลงทุนของตัวเอง สามารถคำนวณการลงทุนแบบง่ายๆ ก่อนได้ที่ เครื่องมือวางแผนการเงินจากกรุงศรี เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนระยะยาว หรือใช้บริการกรุงศรี Smart Advisor ที่ตอบคำถามง่ายๆ ก็สามารถดูรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวคุณได้แล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง:

วางแผนให้จบ ครบทุกเรื่องการเงิน
  • วางแผนลงทุน
  • วางแผนภาษี
  • วางแผนเกษียณ
  • วางแผนชีวิต