Krungsri Business Empowerment blog Business & Tech สุขภาพ อาหาร และเมืองอัจฉริยะ

สุขภาพ อาหาร และเมืองอัจฉริยะ

0 Share
0
สุขภาพ อาหาร และเมืองอัจฉริยะ

อย่างที่เราทราบกันดีแล้วว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นอยู่ในช่วงของสังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันประชากรในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขประชากรผู้สูงอายุในญี่ปุ่นนั้นอยู่ที่ราวๆ 34 ล้านคน (คิดเป็น 26.7% ของประชากรทั้งประเทศ) ขณะที่ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2562 เราก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน


Krungsri Business Empowerment พาไปพบกับ 3 ประเด็นธุรกิจสำคัญจากกิจกรรมที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้พาลูกค้าเจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการไปดูงานในประเทศญี่ปุ่น สรุปเป็นตัวอย่างที่ประเทศไทยเรา สามารถเรียนรู้จากการปรับตัวของประเทศญี่ปุ่นในการรับมือกับสังคมผู้สูงวัย

1. เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสุขภาพ
ประเทศญี่ปุ่นได้มีการเตรียมพร้อมในเรื่องของการดูแลสุขภาพของผู้สูงวัยมาเป็นเวลานานแล้ว มีหลายๆ เทคโนโลยีสามารถช่วยให้ผู้สูงวัยมีอายุยืนมากขึ้น และยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น หุ่นยนต์ในการทำกายภาพบำบัด หรือแม้แต่หุ่นยนต์ที่ช่วยรับน้ำหนัก ช่วยให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตสะดวกมากขึ้น ขณะเดียวกันไทยก็สามารถประยุกต์นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาไว้ในบริการเหล่านี้ได้ เช่น การพัฒนาโรงแรมเปลี่ยนเป็น Premium Service แบบ Long Stay เพื่อรองรับผู้สูงวัย โดยมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงวัยอย่างที่ได้กล่าวไป หรือบริการอื่นๆ เช่น มีแพทย์พร้อมดูแล ฯลฯ ซึ่งประเทศไทยยังขาดตรงนี้อีกมาก

2. อาหารสำหรับผู้สูงวัย
ประเทศไทยยังมีช่องว่างในเรื่องนี้มากเมื่อเทียบกับญี่ปุ่น แต่นี่คือโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยที่จะเห็นโอกาสใหม่ๆ โดยผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตจากอาหารติดคอเป็นจำนวนไม่น้อย ทำให้ตอนนี้เริ่มมีการพัฒนาอาหารที่ทำให้ผู้สูงวัยสามารถทานได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นที่ Nissin Healthcare ทำอาหารที่มีหน้าตาเหมือนอาหารทั่วไป แต่มีเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม ผู้สูงอายุสามารถรับประทานได้ไม่ลำบาก นอกจากนี้การพัฒนาอาหารของญี่ปุ่นยังมีเฉพาะด้านมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น มีอาหารเพื่อการรักษายามเจ็บป่วย การใส่เอนไซม์เข้าไปในอาหารเพื่อทำให้อาหารมีลักษณะที่มีความนิ่มมากขึ้น รวมไปถึงอาหารสำหรับนักกีฬาโดยเฉพาะ จะเห็นว่าหลายๆ อาหารที่ญี่ปุ่นกำลังพัฒนานั้น ผู้ประกอบการไทยสามารถที่จะพัฒนาตามไปด้วยได้

3. เมืองอัจฉริยะ ออกแบบเพื่อทุกคน
ช่วงนี้เราอาจได้ยินคำว่า Smart City บ่อยมาก แต่อย่างไรก็ดีคำว่า Smart City ในมุมมองของชาวญี่ปุ่นนั้นถือว่าแตกต่างออกไป โดยญี่ปุ่นมองว่า Smart City คือ เมืองที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ ครบครันทั้งเรื่องของความปลอดภัย เรื่องของสุขภาพ เช่น เทคโนโลยีที่รองรับเฉพาะผู้สูงวัย หรือความทันสมัยในการส่งข้อมูลไปยังโรงพยาบาล รวมไปถึงเรื่องของการอยู่ร่วมกันหลายเจนเนอเรชัน (multigeneration) กับเด็กๆ หรือคนหนุ่มสาว ผู้สูงวัยได้มีพื้นที่รองรับที่จะทำกิจกรรมร่วมกัน แน่นอนว่าประเทศไทยยังมีโอกาสอีกมากในการพัฒนาโครงสร้าง Smart City ให้เหมาะสมได้

จะเห็นได้ว่า 3 เรื่องสำคัญนี้ยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการในประเทศไทยที่มองเห็นโอกาส และเรายังมีเวลาในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกมารองรับ รวมถึงปรับปรุงสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ เพราะผู้สูงวัยหลายคนพร้อมที่จะจ่ายเงินกับบริการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการพวกเขาเหล่านี้ ถ้าหากเป็นความสะดวกสบายที่สามารถทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว “คุณภาพชีวิตที่ดี” นั้นเป็นสิ่งที่ควรได้รับอย่างเท่าเทียมกันทุกคน

ที่มา :
https://japantoday.com/category/national/japan-population-declines-at-fastest-pace-yet-to-124.8-mil.-gov%27t
https://japantoday.com/category/national/70-yr-olds-and-above-account-for-20-of-japan-population-for-1st-time


ฝากข้อความ
คะแนนของคุณ

Follow us on
© 2020 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
สนใจรับข้อมูล ความรู้ ข่าวสารกิจกรรมต่างๆ