Krungsri Business Empowerment blog Business & Tech อนาคตของการขนส่งสินค้า

อนาคตของการขนส่งสินค้า

0 Share
0
อนาคตของการขนส่งสินค้า

"เมื่อวันหนึ่งข้างหน้าเราจะส่งจดหมายด้วยโดรน"


สำหรับการขนส่งสินค้าไปสู่ปลายทางนั้น ปัจจุบันส่วนใหญ่คือการใช้บริษัทขนส่งหลากหลายเจ้าที่นำพัสดุส่งไปยังที่ต่างๆ แต่เทคโนโลยีในการขนส่งจากอนาคตกำลังจะเป็นจริง ที่ฟังดูแล้วราวกับเป็นเรื่องจากหนัง Sci-fi เช่น การใช้หุ่นยนต์ส่งของ ใช้โดรนส่งอาหาร แน่นอนว่าเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังจะมาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม Logistics และ E-commerce ในระดับโลกให้สั่นสะเทือน

เราจะเห็นได้ว่าปริมาณลูกค้าของ E-commerce ที่เพิ่มมากขึ้น และข้อจำกัดต่างๆ ในการขนส่ง ทำให้บริษัทขนส่งรวมไปถึง E-commerce เริ่มมองหาเทคโนโลยีในการขนส่งรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถทำให้บริษัทประหยัดได้มากขึ้น พร้อมกับสามารถทำให้ผู้บริโภคพึงพอใจกับสินค้าที่ได้รับไวที่สุด

ผลสำรวจ 66% จาก Accenture นั้นได้สำรวจว่ากลุ่มวัยรุ่นในยุคปัจจุบันต้องการเวลาการส่งของในเมืองเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งในอนาคตเป็นเรื่องท้าทายบริษัท E-commerce และผู้ประกอบการขนส่งอย่างมาก แล้วเทคโนโลยีในการขนส่งในอนาคตมีอะไรบ้างที่ผู้ประกอบการต้องรู้

หุ่นยนต์สำหรับส่งของ
1. หุ่นยนต์สำหรับส่งของ
ปัจจุบันอย่างที่เราเห็นโดยทั่วๆ ไปว่าการขนส่งต้องใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าหากเราใช้หนุ่นยนต์ขนส่งสินค้าแทน คาดว่าอาจลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งขั้นสุดท้ายของของบริษัทขนส่งได้มากถึง 40% แน่นอนว่าส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งถูกลง โดยในประเทศอังกฤษ ซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Tesco กำลังวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับส่งของอยู่ และรวมไปถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ก็กำลังทดสอบหุ่นยนต์นี้ด้วย อย่างไรก็ดีหน่วยงานในท้องถิ่นต่างๆ อาจไม่ถูกใจสิ่งนี้ เช่นพลเมืองในซาน ฟรานซิสโก มีความกังวลเรื่องความหนาแน่นบนทางเท้ามากเกินไปถ้าหากใช้หุ่นยนต์ ทำให้คนเดินเท้าลำบาก

รถยนต์ไร้คนขับ
2. รถยนต์ไร้คนขับ
เราจะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาบริษัทรถยนต์หลายๆ แห่งได้กำลังพัฒนารถยนต์ไร้คนขับอย่างมาก และรวมไปถึงบริษัทเทคโนโลยี เช่น Baidu ในประเทศจีนหรือแม้แต่ Uber และ Lyft รวมไปถึง Waymo ในสหรัฐอเมริกา แต่สำหรับรถยนต์ไร้คนขับสำหรับส่งสินค้านั้น ตอนนี้ Ford ได้กำลังทดสอบรถยนต์ไร้คนขับนี้กับทาง Postmates ซึ่งเป็นบริษัท Logistics ในสหรัฐ แม้แต่ Walmart ก็กำลังทดสอบรถยนต์ไร้คนขับสำหรับขนส่งสินค้าเช่นกัน เนื่องจากรถยนต์ไร้คนขับนั้นถ้าหากพัฒนาไปถึงจุดๆ หนึ่งแล้วสามารถใช้ขนส่งได้ตลอดเวลา ไม่ต้องห่วงว่าคนขับจะเหนื่อย และคาดว่าในเรื่องการพัฒนาด้านความปลอดภัยจะสูงขึ้นอีกกว่าในปัจจุบัน

โดรนส่งสินค้า
3. โดรนส่งสินค้า
ในประเทศไอซ์แลนด์เริ่มมีการใช้โดรนขนส่งอาหารบ้างแล้วในปี 2017 อย่างในประเทศจีนก็ใช้โดรนในการขนส่งสินค้าไปยังพื้นที่ห่างไกลและขนส่งสินค้าลำบากบ้างแล้ว นอกจากนี้การที่บินได้ของโดรนยังสามารถทำเวลาที่ดีกว่าการเดิน หรือแม้แต่หลีกเลี่ยงรถติด โดยบริษัทโดรนอย่าง Flytrex ได้ออกกล่าวว่าการใช้โดรนในการขนส่งสินค้าระยะใกล้ๆ สามารถทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 60% เลยทีเดียว

การขนส่งสินค้าแบบไม่รบกวนเจ้าของบ้าน
4. การขนส่งสินค้าแบบไม่รบกวนเจ้าของบ้าน
อย่างที่ได้กล่าวไปว่าบางทีเจ้าของบ้านหรือผู้ที่สั่งสินค้าอาจไม่สะดวกหรือมีความกังวลใจเวลารับสินค้า เช่น อาจมีลูกอยู่ที่บ้านคนเดียว หรือคนแก่ที่อยู่ที่บ้านไม่สามารถรับสินค้าได้อย่างสะดวก ซึ่งผลสำรวจถึง 68% จาก Morning Consult กลุ่มผู้สำรวจมีความกังวลเรื่องของการส่งของที่ยังรบกวนเจ้าของบ้านอยู่ โดยปัจจุบันนี้เริ่มมีการทดสอบการส่งสินค้าที่ไม่รบกวนบ้างแล้ว เช่น Walmart ทดสอบโดยการติดกล้องไว้ในบ้านว่ามีการมาส่งสินค้าแล้ว ซึ่งนอกจากจะไม่รบกวนเจ้าของบ้าน ยังทำให้บริษัทขนส่งสามารถคำนวณหาเส้นทางที่จะส่งสินค้าได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย

ขนส่งแบบรักษ์โลก
5. ขนส่งแบบรักษ์โลก
ในช่วงที่ผ่านมาอย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าปริมาณสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องมีการใช้ยานพาหะนะต่างๆ ในการขนส่งมากขึ้น ย่อมส่งผลเสียต่อโลก ตอนนี้ E-commerce ต่างๆ เช่น Amazon เริ่มกลับมามองเรื่องของการอนุรักษ์มากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีการส่งสินค้าที่คำนวณแล้วไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า รวมไปถึงการรวมกล่องสินค้าเป็นกล่องเดียว ฯลฯ โดยคาดว่าภายในปี 2030 ทาง Amazon จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงมา 50% จากการขนส่ง ยังรวมไปถึงการสั่งสินค้าร่วมกันเช่นใน E-commerce ซื้อขายเสื้อผ้าในอังกฤษอย่าง ThredUp ถ้าหากสั่งเสื้อผ้าใน 7 วัน สามารถรวบรวม Order แล้วส่งสินค้าพร้อมกันแบบฟรีๆ

ส่งของได้ทุกที่
6. ส่งของได้ทุกที่
ปัจจุบันเนื่องจากเรามีโทรศัพท์มือถือที่ล้ำสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สามารถบอกพิกัดในการส่งของได้แม่นยำมากขึ้น เกิดเป็นสถานที่แปลกๆ ในการขนส่งสินค้าหรืออาหาร เช่น ในอังกฤษ เริ่มมีลูกค้าสั่งอาหารในสวนสาธารณะมากขึ้น เช่น ในอังกฤษช่วงหน้าร้อน ผู้บริหารของซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Sainsbury ได้กล่าวว่าเริ่มมีลูกค้าสั่งไวน์ขาวไว้ดื่มในสวนสาธารณะมากขึ้น ทำให้ต้องเตรียมพนักงานไว้ส่งสินค้าเหล่านี้โดยเฉพาะ และรวมไปถึง Deliveroo แพลตฟอร์มการสั่งอาหาร สามารถส่งอาหารในสนามบินในดูไบและเนเธอร์แลนด์ โดยผู้โดยสารสามารถสั่งอาหารมาทานรอขณะขึ้นเครื่องบินได้

จะเห็นได้ว่าที่เรายกตัวอย่างมาบางส่วนนั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ และความต้องการใหม่ๆ ในการส่งสินค้า ซึ่งในไทยเองก็คาดว่าผู้ประกอบการน่าจะเห็นช่องทางใหม่ๆ รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และโอกาสใหม่ๆ ในการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้มากขึ้น

ที่มา: www.mckinsey.com

Thats an interesting article.


Thats an interesting article.

www.mckinsey.com/~/media/mckinsey/industries/travel%20transport%20and%20logistics/our%20insights/how%20customer%20demands%20are%20reshaping%20last%20mile%20delivery/parcel_delivery_the_future_of_last_mile.ashx

ฝากข้อความ
คะแนนของคุณ

Follow us on
© 2020 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
สนใจรับข้อมูล ความรู้ ข่าวสารกิจกรรมต่างๆ