| |
|
สินเชื่อกรุงศรีอนุรักษ์พลังงาน |
| |
|
เป็นโครงการเกิดที่ขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน และสถาบันการเงินต่าง ๆ รวมทั้งธนาคารกรุงศรีอยุธยาฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อการกระจายเงินกองทุนหมุนเวียนจำนวนรวม 2,000 ล้านบาท ซึ่งธนาคารฯได้รับการจัดสรรวงเงิน 250 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีอาคารและโรงงานควบคุมและนอกข่ายควบคุมเป็นเป้าหมายหลัก นอกจากนี้ ธนาคารฯได้เสนอที่จะสมทบเงินทุนจำนวน 625 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
จำนวนเงินทุน: 875 ล้านบาท แบ่งเป็น
ส่วนที่ 1: เงินทุนหมุนเวียนจากกรม พพ. จำนวน 250 ล้านบาท
ส่วนที่ 2: ธนาคารฯสมทบจำนวน 625 ล้านบาท
อัตราดอกเบี้ย
ส่วนที่ 1: เงินสนับสนุนจากกรม พพ. ธนาคารสามารถคิดอัตราดอกเบี้ย ในการปล่อยสินเชื่อต่อให้กับลูกค้าของธนาคารฯในอัตราคงที่ 4% ต่อปี
ส่วนที่ 2: ในส่วนที่ธนาคารฯสมทบ คิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ต่ำกว่า MLR-1% ต่อปี
อายุวงเงิน
ส่วนที่ 1: ไม่เกิน 7 ปี (มี Grace Period ได้ไม่เกิน 1 ปี)
ส่วนที่ 2: ฝ่ายสินเชื่อพิจารณาตามความเหมาะสม
การสนับสนุนต่อโครงการ
ในส่วนที่ 1 สามารถสนับสนุนได้โครงการละไม่เกิน 50.0 ล้านบาท (ลูกค้าหนึ่งรายสามารถขอการสนับสนุนได้มากกว่าหนึ่งโครงการ) โดยหากจำนวนเงินที่ลูกค้าขอการสนับสนุนมากกว่า 50.0 ล้านบาทหรือการลงทุนที่ทาง พพ.ไม่สนับสนุนเช่น ค่าที่ดิน ค่าปรับปรุงที่ดิน ค่าสิ่งก่อสร้างอื่นที่นอกจากเพื่อใช้รองรับอุปกรณ์และเครื่องจักรเพื่อประหยัดพลังงาน ฯลฯ จึงใช้วงเงินในส่วนที่ 2 เข้าไปสนับสนุน
เงื่อนไขการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อ
1. ธนาคารฯ จะต้องเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ในส่วนที่ 1 ให้กับทาง พพ. โดยทางธนาคารฯมีข้อผูกมัดที่จะต้องนำส่งเงินในส่วนที่ 1 คืนให้กับ พพ. ภายใน 7 วันหลังจากครบกำหนดชำระคืนตามสัญญาเงินกู้ ไม่ว่าลูกค้าของธนาคารฯจะนำเงินมาชำระหรือไม่ก็ตาม
2. เงื่อนไขทางด้านสินเชื่ออื่นๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของธนาคาร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- Call Center 1572
- ฝ่ายสินเชื่อสำนักงานใหญ่
- โทรศัพท์ 02-296-4599
|
|
|
| |
|
สินเชื่อกรุงศรีนวัตกรรม |
| |
|
เป็นสินเชื่อที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรมที่ดีและเป็นโครงการที่เกี่ยวกับ การริเริ่มหรือปรับปรุงธุรกิจโดยการบริหารจัดการองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีที่ได้รับมาจาก ผลงานวิจัยและพัฒนาการประดิษฐ์คิดค้นหรือสิทธิบัตรเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการผลิตใหม่ บริการใหม่ หรือระบบการบริหารจัดการแบบใหม่ที่มี ประสิทธิภาพสูงเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและสังคม
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
- ผู้ประกอบการที่มีโครงการใหม่ที่มีความเป็นนวัตกรรมและผ่านการอนุมัติจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
คุณสมบัติของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
- เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
- เป็นนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยโดยมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทยหรือนิติบุคคลสัญชาติไทยตั้งแต่ 51% ของทุนจดทะเบียน
- ไม่เป็นผู้รับทุนจากหน่วยงานอื่นในโครงการเดียวกัน
- มีความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจนวัตกรรม
- ไม่เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหรือต้องโทษในคดีอาญาหรืออยู่ใน ระหว่างถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา
วงเงิน
- ให้กู้โครงการละไม่เกิน 25 ล้านบาทโดยวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 80% ของราคาประเมินหลักประกัน สำหรับดอกเบี้ยใน 3 ปีแรก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติเป็นผู้ชำระดอกเบี้ยแทนให้กับผู้ได้รับการสนับสนุน ตามโครงการนวัตกรรมดีไม่มีดอกเบี้ย
อายุวงเงิน
- ไม่เกิน 6 ปี
เงื่อนไขการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อ
- เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของธนาคาร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ฝ่ายธุรกิจขนาดกลาง 1
- โทรศัพท์ 02-296-3731
|
|
|
| |
|
สินเชื่อกรุงศรีเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี |
| |
|
เป็นการร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และธนาคารโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่เอกชนในภาค อุตสาหกรรมเพื่อลงทุนพัฒนาขีดความสามารถในการทำวิจัยพัฒนาและวิศวกรรมขึ้นภาย ในองค์กรของเอกชนเองสำหรับโครงการใดโครงการหนึ่งโดยเฉพาะ และ/หรือ เพื่อใช้ประโยชน์จากผลการค้นคว้าวิจัย หรือความสามารถเชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในด้านวิจัย พัฒนาและวิศวกรรม ซึ่งมีอยู่ในห้องทดลองของเอกชนหรือรัฐบาลตลอดจน ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการทำโครงการเหล่านั้นเพื่อการผลิตในอุตสาหกรรมและ พาณิชยกรรมมากขึ้นต่อไป โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาดังนี้:-
- เป็นสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการวิจัยพัฒนาและวิศวกรรม ที่สอดคล้องตามวัตถุประสงค์
- โครงการที่อยู่ในสาขาใดสาขาหนึ่งของสาขาหลัก ได้แก่
1. สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ / เทคโนโลยีชีวภาพ
2. สาขาเทคโนโลยีวัสดุ
3. สาขาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ประยุกต์และคอมพิวเตอร์
- โครงการที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีของประเทศ
- โครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่หรือการพัฒนาสินค้าประเภททุน
- โครงการที่ใช้งานหรือใช้ประโยชน์จากบริการด้านการปรึกษาทางเทคนิคในการ ออกแบบโครงการที่เสนอและสาระของโครงการการเสนอการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรมในการแก้ปัญหา
- โครงการที่มีความร่วมมือในการวิจัยกับมหาวิทยาลัย สถาบัน หรือหน่วยงานวิจัยของทางราชการ
- งบประมาณของโครงการจะต้องชัดเจน เอกชนที่ขอรับการสนับสนุนสามารถ ลงทุนอย่างน้อย 25% ของทุนทั้งหมดของโครงการ (ในรูปของตัวเงินหรือไม่ใช่ตัวเงิน)
คุณสมบัติของผู้ขอกงู้
- นิติบุคคลไทยที่มีผู้ถือหุ้นไทยไม่ต่ำกว่า 51%
- เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กหรือขนาดกลางแต่อาจให้การสนับสนุนเอกชนรายใหญ่ ได้ในบางกรณี
- มีขีดความสามารถด้านการเงิน ด้านเทคนิคและการจัดการ
- ไม่เคยได้รับการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการวิจัย พัฒนาและวิศวกรรมจากสถาบันอื่น ๆ ในโครงการเดียวกัน
วงเงิน
- สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาทและไม่เกิน 75% ของงบประมาณโครงการ
อายุวงเงิน
- ไม่เกิน 7 ปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับเงินกู้งวดแรก
ระยะเวลาปลอดหนี้ (เงินต้น)
- ไม่เกิน 2 ปี (อาจมีหรือไม่มีก็ได้ขึ้นกับดุลยพินิจของธนาคาร)
เงื่อนไขการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อ
- เอกชนจะทำสัญญากู้เงินกับธนาคารโดยตรงโดยเป็นความผูกพันระหว่าง ธนาคารกับเอกชนเท่านั้น
- การพิจารณาอนุมัติเงินกู้แต่ละโครงการจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขของธนาคารและจะต้องได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจาก สวทช.
|
|
|
| |
|
โครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ธุรกิจท่องเที่ยวใน จ.สงขลาและสตูล |
| |
|
วัตถุประสงค์
เพื่อผ่อนคลายภาระทางการเงินสำหรับยอดสินเชื่อคงค้าง และเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการ
การให้ความช่วยเหลือ
ให้กู้ยืมเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ โดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินของผู้ประกอบกิจการเป็นประกัน
คุณสมบัติของผู้กู้
ผู้ประกอบกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน ที่ประกอบกิจการท่องเที่ยวหรือกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น กิจการโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และกิจการค้าปลีก ค้าส่ง เป็นต้น ที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ ลูกหนี้ต้องมีสถานที่ประกอบกิจการและมีบัญชีสินเชื่อที่สาขาในจังหวัดสงขลาและสตูล
วงเงินรวม
วงเงินความช่วยเหลือในส่วนของ ธปท. จำนวน 3,000 ล้านบาท โดยผู้ประกอบกิจการสามารถยื่นขอวงเงินผ่านสถาบันการเงินใดก็ได้ แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกินรายละ 500 ล้านบาท และจะจัดสรรวงเงินให้ผู้ประกอบกิจการแต่ละรายตามความเหมาะสม และตามลำดับการยื่นขอความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ ในกรณีเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินสำหรับยอดสินเชื่อคงค้าง ให้กู้ตามภาระหนี้คงเหลือที่ลูกหนี้รายนั้นมีอยู่กับธนาคาร สำหรับกู้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการ ให้ลูกหนี้ 1 รายขอกู้ได้จากธนาคารที่ลูกหนี้มีภาระหนี้อยู่แล้วเพียงธนาคารเดียว
จำนวนเงินที่ ธปท. รับซื้อ
ธปท. รับซื้อ 60% ตามหน้าตั๋วฯ และธนาคารสมทบ 40%
อัตราดอกเบี้ย
ธนาคารคิดจากลูกหนี้ไม่เกินอัตรา MLR -2.75% ต่อปี
ธปท. คิดจากธนาคาร 1.0% ต่อปี โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยในวันที่ครบกำหนด
เบี้ยปรับ
อัตรา 5% ต่อปี
ระยะเวลาเงินกู้
ไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่ ธปท. ให้ความเห็นชอบในครั้งแรกที่ได้รับความช่วยเหลือ และจะขอความช่วยเหลือตามโครงการนี้ผ่านสถาบันการเงินใดสถาบันการเงินหนึ่งได้เพียง 1 ครั้ง
ตั๋วสัญญาใช้เงิน
กรณีกิจการการผลิต ไม่เกิน 360 วัน (ตั๋วฯ ฉบับสุดท้ายครบกำหนดไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2551)
กรณีกิจการอื่นๆ ไม่เกิน 180 วัน (ตั๋วฯ ฉบับสุดท้ายครบกำหนดไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2551)
|
|
|
| |
|
โครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากโรคไข้หวัดนก |
| |
|
วัตถุประสงค์
เพื่อผ่อนคลายภาระทางการเงินสำหรับยอดสินเชื่อคงค้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการ
การให้ความช่วยเหลือ
ให้กู้ยืมเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ โดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินของผู้ประกอบกิจการเป็นประกัน
คุณสมบัติของผู้กู้
ผู้ประกอบกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่เกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทจำกัดหรือทุนชำระแล้วของบริษัทมหาชนจำกัดแล้วแต่กรณี ที่ประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก โรงชำแหละสัตว์ปีก โรงงานแปรรูปสัตว์ปีกการค้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก รวมทั้งการส่งออกสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก โดยให้รวมถึงผู้ประกอบกิจการรายเดิมด้วย
ทั้งนี้ " ผู้ประกอบกิจการรายเดิม " หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการ ที่มีรายชื่ออยู่กับ ธปท.ให้ได้รับความเห็นชอบในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโรคไข้หวัดนก ณ วันที่หนังสือฉบับนี้มีผลบังคับใช้ (11 มีนาคม 2549)
วงเงินรวม
วงเงินความช่วยเหลือในส่วนของ ธปท. จำนวน 15,000 ล้านบาท
ผู้ประกอบกิจการสามารถยื่นขอวงเงินผ่านสถาบันการเงินใดก็ได้แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกินรายละ 1,500 ล้านบาท
ธปท. จะจัดสรรวงเงินให้ผู้ประกอบกิจการแต่ละรายตามความเหมาะสมและตามลำดับการยื่นขอความช่วยเหลือ โดยพิจารณาจัดสรรให้ผู้ประกอบกิจการรายเดิมก่อน แต่ไม่เกินวงเงินที่ได้รับอนุมัติตามระเบียบเดิม
จำนวนเงินที่ ธปท. รับซื้อ
วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท ธปท. ให้กู้เต็มจำนวนหน้าตั๋ว
วงเงินเกิน 10 ล้านบาท ธปท. ให้กู้ 60% และธนาคารสมทบอีก 40%
อัตราดอกเบี้ย
วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท ธปท. คิดจากธนาคาร 0.01% ต่อปี และธนาคารคิดจากลูกค้า ไม่เกิน 2% ต่อปี ทั้งในปีที่ 1 และปีที่ 2
วงเงินเกิน 10 ล้านบาท
- ปีที่ 1 ธปท. คิดจากธนาคาร 0.01% ต่อปี และธนาคารคิดจากลูกค้าไม่เกิน 3.5% ต่อปี
- ปีที่ 2 ธปท. คิดจากธนาคาร MLR - 4.75% ต่อปี และธนาคารคิดจากลูกค้าไม่เกิน MLR - 2% ต่อปี
เบี้ยปรับ
อัตรา 5% ต่อปี
ระยะเวลาเงินกู้
ไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่ ธปท. ให้ความเห็นชอบให้ได้รับความช่วยเหลือ (ตั๋วฯ ฉบับสุดท้ายครบกำหนดไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2551) และจะขอความช่วยเหลือตามโครงการนี้ ผ่านสถาบันการเงินได้เพียง 1 ครั้ง
กรณีผู้ประกอบกิจการรายเดิม ให้นับวันที่ 11 มีนาคม 2549 เป็นวันได้รับความเห็นชอบ และตั๋วฯ ฉบับสุดท้ายครบกำหนดไม่เกินวันที่ 10 มีนาคม 2551
ตั๋วสัญญาใช้เงิน
กรณีกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก กิจการโรงชำแหละสัตว์ปีก กิจการโรงงานแปรรูปสัตว์ปีก ตั๋วฯ ไม่เกิน 360 วัน (ตั๋วฯ ฉบับสุดท้ายครบกำหนดไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2551)
กรณีกิจการค้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก การส่งออกสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก ตั๋วฯ ไม่เกิน 180 วัน (ตั๋วฯฉบับสุดท้ายครบกำหนดไม่เกิน วันที่ 30 มิถุนายน 2551)
|
|
|
| |
|
โครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากพิบัตภัยสึนามิ |
| |
|
วัตถุประสงค์
เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินสำหรับยอดสินเชื่อคงค้าง และเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการให้ดำเนินการต่อไปได้
การให้ความช่วยเหลือ
ให้กู้ยืมเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ โดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินของผู้ประกอบกิจการเป็นประกัน
คุณสมบัติของผู้กู้
ผู้ประกอบกิจการ (ซึ่งหมายถึงผู้ประกอบกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของ ทุนจดทะเบียน) ซึ่งสถานที่ประกอบกิจการได้รับความเสียหายโดยตรงจากธรณีพิบัติภัยใน 6 จังหวัด ได้แก่ พังงา ภูเก็ต กระบี่ ระนอง ตรัง และสตูล
วงเงินรวม
ธปท. กำหนดให้วงเงินแก่ธนาคารพาณิชย์จำนวน 30,000 ล้านบาท วงเงินแต่ละรายลูกค้า ธนาคารเป็นผู้กำหนดเอง โดยกรณีเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินสำหรับยอดสินเชื่อคงค้างให้กู้ตามภาระหนี้คงเหลือที่ลูกหนี้รายนั้นมีอยู่กับธนาคาร สำหรับกู้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการ ให้ลูกหนี้ 1 รายขอกู้ได้จากธนาคารที่ลูกหนี้มีภาระหนี้อยู่แล้วเพียงธนาคารเดียว
จำนวนเงินที่ ธปท. รับซื้อ
รับซื้อ 80% ตามหน้าตั๋วฯ
อัตราดอกเบี้ย
คิดจากลูกค้าไม่เกิน 2% ต่อปี ธปท. คิดจากธนาคาร 0.01% ต่อปี เรียกเก็บดอกเบี้ยในวันที่ครบกำหนด
เบี้ยปรับ
อัตรา 5% ต่อปี
ระยะเวลาเงินกู้
ไม่เกิน 1 ปี (ตั๋วฯ ครบกำหนดไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549) โดยให้แจ้งรายชื่อลูกหนี้ที่ต้องการกู้ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2548
ตั๋วสัญญาใช้เงิน
ก. กรณีกิจการการผลิต ไม่เกิน 360 วัน (ครบกำหนดไม่เกิน 28 กุมภาพันธ์ 2549)
ข. กรณีกิจการอื่นๆ ไม่เกิน 180 วัน (ฉบับสุดท้ายกำหนดไม่เกิน 28 กุมภาพันธ์ 2549)
|
|
|
| |
|
โครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ |
| |
|
วัตถุประสงค์
เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินสำหรับยอดสินเชื่อคงค้าง
การให้ความช่วยเหลือ
ให้กู้ยืมเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ โดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินของผู้ประกอบกิจการเป็นประกัน
คุณสมบัติของผู้กู้
ผู้ประกอบกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และมีสถานประกอบการอยู่ในเขตจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
วงเงินรวม
ธปท. กำหนดให้วงเงินแก่ธนาคารพาณิชย์จำนวน 20,000 ล้านบาท วงเงินแต่ละรายลูกค้า ธนาคารเป็นผู้กำหนดเอง โดยให้กู้ตามภาระหนี้คงเหลือที่ลูกหนี้รายนั้นมีอยู่กับธนาคาร
จำนวนเงินที่ ธปท. รับซื้อ
รับซื้อ 100% ตามหน้าตั๋วฯ
อัตราดอกเบี้ย
ธนาคารพาณิชย์คิดจากลูกค้าไม่เกิน 1.5% ต่อปี และ ธปท. คิดจากธนาคารพาณิชย์ 0.01% ต่อปี โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยในวันที่ครบกำหนด
เบี้ยปรับ
อัตรา 5% ต่อปี
ระยะเวลาเงินกู้
ไม่เกิน 1 ปี (ตั๋วฯ ครบกำหนดไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549)
ตั๋วสัญญาใช้เงิน
ก. กรณีกิจการการผลิต ไม่เกิน 360 วัน
ข. กรณีกิจการอื่นๆ ไม่เกิน 180 วัน
|
|
|
| |
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา
Call Center 1572
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| | | |